ชาวเน็ตชม “เสี่ยหนู อนุทิน” อาสาบินส่งอวัยวะบริจาคช่วยผู้ป่วย

ชาวเน็ตชม เสี่ยหนู อนุทิน อาสาบินส่งอวัยวะบริจาคช่วยผู้ป่วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังกล่าวถึงเรื่องราวการขนส่งอวัยวะบริจาค เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการอวัยวะที่สภากาชาดไทย หลังมีการเผยแพร่ภารกิจของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่อาสาขับเครื่องบินส่วนตัวนำอวัยวะบริจาคไปส่ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาก็เคยอาสาทำภารกิจเช่นนี้มาแล้ว

เฟซบุ๊กคุณ Anutin Charnvirakul หรือ พล.อ.ต.นพ.อิทธิพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา ได้โพสต์คลิปที่สนามบิน เผยให้เห็นเครื่องบินทะเบียนไทย HS-SST ได้ทำการขนส่งหัวใจ-ตับ-ไตบริจาค ซึ่งถือว่าเป็นเคสแรกของปีนี้ที่ได้ภารกิจดังกล่าว

“เคสการขนส่งอวัยวะหัวใจและไตสองข้างครั้งแรกของปี 2560 แถมเป็นเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของอากาศยาน TBM 930 ภายหลังจากได้รับการจดทะเบียนเป็นอากาศยานสัญชาติไทยก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ชั่วโมง งานแรกก็การกุศลเลย เช่นเคยเหมือนทุกครั้ง ขอขอบคุณเพื่อนรัก คุณหมอพชร อ่องจริต ที่ทุ่มเทกับภารกิจนี้โดยอาสาบินออกไปตอนเที่ยงคืนและกว่าจะกลับถึงกรุงเทพก็เกือบๆตีห้า โชคดีที่คืนวานนักบินไม่ได้กรึ๊บอะไร ม่ายงั้นอาจต้องวานพวกหมอๆมาช่วยขับเรือบินให้แทน แต่ท้ายที่สุดทุกอย่างในภารกิจนี้ก็เรียบร้อย”

สำหรับภารกิจดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกุล หรือ เสี่ยหนู หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมทีมศัลยแพทย์จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้อาสานำเอาอวัยวะบริจาคจาก จ.บุรีรัมย์ นำส่งมายังสภากาชาดไทยที่กรุงเทพฯ ช่วงเวลา 03.00 น. และเสร็จสิ้นช่วงเช้ามืด หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและชื่นชมเป็นอย่างมาก

สวยและงดงาม “กาละแมร์” โชว์ภาพซึ้ง บินเยี่ยมผู้ลี้ภัยซีเรีย

สวยและงดงาม กาละแมร์ โชว์ภาพซึ้ง บินเยี่ยมผู้ลี้ภัยซีเรีย

เป็นภาพที่ไม่ค่อยได้เห็นสักเท่าไหร่ เมื่อคนดังจากเมืองไทยได้มีโอกาสได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ลี้ภัยในพื้นที่ความไม่สงบ ล่าสุด “กาละแมร์ พัชรศรี” ได้มีโอกาสเดินทางไปกับยูนิเซฟ (UNICEF) ในโครงการ Thai for Syria เดินทางไปยังประเทศซีเรียและประเทศเลบานอน ซึ่งเป็นพื้นที่สงครามและเกิดความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง

งานนี้ สาวกาละแมร์ ได้พบกับประสบการณ์แปลกใหม่ที่ตัวเธอเองก็ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน พร้อมกับถ่ายทอดเรื่องราวประทับใจครั้งนี้ไว้ว่า…

“ประสบการณ์ไปค่ายผู้ลี้ภัยซีเรียที่เลบานอนครั้งนี้ อยู่เหนือความคาดเดาไว้มากค่ะ ตอนแรกเราคิดว่าเขาต้องหดหู่ เครียด ดูเศร้าๆ แต่พอถึงแล้วเราสัมผัสได้เลยว่าเขาอยู่ด้วย ‘ความหวัง’ ค่ะ รูปนี้คือเด็กกำลังขึ้นรถไปโรงเรียนช่วงบ่าย พอรถมาเด็กๆรีบกรูกันขึ้นไปเลยค่ะ พวกเขารักการไปโรงเรียนมากๆ ค่ะ”

นาทีชีวิต! หนุ่มปริศนาติดในท่อระบายน้ำ กลางถนนวิภาวดี โชคดีกู้ภัยช่วยทัน

นาทีชีวิต! หนุ่มปริศนาติดในท่อระบายน้ำ กลางถนนวิภาวดี โชคดีกู้ภัยช่วยทัน

อึ้ง! ชายปริศนาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ ซอยวิภาวดี 9 หลังชาวบ้านพบ รีบแจ้งมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าช่วยงัดฝาท่อนำตัวขึ้นมาได้ทัน

วันที่ 19 มกราคม 2560 เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้รับแจ้งว่า มีชายติดอยู่ภายในท่อระบายน้ำ บนถนนวิภาวดี ช่องเลนซ้ายสุด ปากซอยวิภาวดี 9 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม. รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบชาย อายุประมาณ 20 ปี ไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้นสีดำ ซึ่งน้ำในท่อสูงถึงระดับคอ พร้อมส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จากนั้นเจ้าหน้าที่เร่งนำตัวขึ้นมาจากท่อระบายน้ำ ท่ามกลางความมึนงงของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่มามุงดู ว่าเหตุใดชายหนุ่มคนดังกล่าวถึงได้ลงไปอยู่ในท่อระบายน้ำได้ หลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู ช่วยกันงัดฝาท่อระบายน้ำแล้วนำตัวขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย จากการสอบถามเบื้องต้นว่าลงไปได้อย่างไรนั้นชายคนดังกล่าวก็พูดจาวกไปวนมาไม่รู้เรื่อง จึงประสานตำรวจสายตรวจ สน.บางซื่อ มารับตัวไปสอบสวน และตามหาญาติเพื่อส่งกลับบ้านต่อไป

เมล์ 90 เบรกแตก คนขับกลัวเสยท้ายเก๋งป้ายแดง หักชนเสาไฟฟ้าแทน

เมล์ 90 เบรกแตก คนขับกลัวเสยท้ายเก๋งป้ายแดง หักชนเสาไฟฟ้าแทน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 ม.ค.59 ร.ต.อ.แซด สมพวง รองสว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุรถประจำทางชนที่พักผู้โดยสารบริเวณก่อนถึงห้าแยกปากเกร็ดฝั่งขาออก มุ่งหน้าจังหวัดปทุมธานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง รุดไปยังที่เกิดเหตุ พบรถเมล์สาย 90 ทะเบียน 13-4170 กรุงเทพ วิ่งระหว่างปทุมธานี-หมอชิต BTS เสียหลักชนเสาไฟฟ้าข้างทางด้านหน้าฝั่งขวาได้รับความเสียหายจนยุบ ด้านข้างตัวรถปะทะกับที่พักผู้โดยสารประจำทางจนโครงเหล็กเอียง กระเบื้องหลังคาหล่นลงมาแตกกระจาย

ในที่เกิดเหตุพบคนเจ็บ 2 ราย คือนางเล็ก อายุ 60 ปี กระเป๋ารถเมล์ มีบาดแผลที่ศีรษะแตก ส่วนอีกคนคือนายทนงศักดิ์ อายุ40 ปี ผู้โดยสารที่นั่งมาในรถบาดเจ็บเคล็ดขัดยอกตามลำตัว มูลนิธิจึงช่วยทำแผลให้

สอบสวนนายหัสพร อายุ 36 ปี คนขับรถเมล์ให้การว่าขับมาถึงที่เกิดเหตุโดยใช้ความเร็วเพียง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถเบรคไม่อยู่เลยตัดสินใจหักหลบพุ่งชนเสาไฟฟ้าเนื่องจากข้างหน้ามีรถเก๋งป้ายแดง ทำให้กระเป๋ารถเมล์และผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ ส่วนค่าเสียหายและคนเจ็บตนยินดีรับผิดชอบเพราะรถมีประกันภัยประเภท 3

ผวา! ชายสูงวัยผูกคอตายใต้ต้นไม้กลางเกาะกลางถนน

ผวา! ชายสูงวัยผูกคอตายใต้ต้นไม้กลางเกาะกลางถนน

วันนี้ (18 ม.ค.) พ.ต.อ.แดนไท ปลั่งดี ผกก.สภ.บางกรวย พ.ต.ต.รพีพงศ์ จิตต์บุญธรรม สารวัตรเวรสอบสวน สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิสยามนนทบุรี เข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งมีชายผูกคอตัวเองเสียชีวิตใต้ต้นไม้บนเกาะกลางถนน บริเวณสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ ถนนราชพฤกษ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นต้นไม้ใหญ่อยู่บนเกาะกลางถนนพบร่างของชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 60 ปี ใช้เศษผ้ามุ้งผูกคอตัวเองกับต้นไม้เสียชีวิตในท่ายืน โดยสวมใส่เสื้อกล้ามสีขาว กางเกงขาสั้นสีแดง

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้ และสอบถามชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงก็ไม่เคยพบเห็นมาก่อน แต่อย่างไรก็ตามจะทำการสอบถามชาวบ้านเพื่อหาข้อมูลอีกครั้งว่าผู้ตายเป็นใครและจะเร่งประสานญาติให้ทราบ จากนั้นจึงมอบผู้เสียชีวิตให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิต เพื่อชันสูตรต่อไป

ซากุระสีชมพู ณ ภูลมโล

ท่ามกลางความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่มีส่วนช่วยให้มนุษย์ในยุคปัจจุบันได้รับความสะดวก ตั้งแต่ตื่นนอนขึ้นมา อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน รับประทานอาหาร ออกไปทำงาน ช๊อปปิ้ง สังสรรค์ กลับบ้าน และเข้านอน เทคโนโลยีช่วยให้ทุกอย่างรวดเร็วขึ้นโดยไม่ต้องเหนื่อยหรือเชื่องช้าเสียเวลาเหมือนในอดีต แต่ทว่าสิ่งที่แอบแฝงมาพร้อมกับความสะดวกสบายนั้นก็คือ รายจ่ายที่เพิ่มมากขึ้นอย่างฟุ่มเฟือย และที่สำคัญคือ “ชีวิตที่อ่อนแอลง” สังเกตได้ง่ายๆ ยกตัวอย่างเรื่องแนวทางการท่องเที่ยว ในปัจจุบันจะมีสักกี่คนที่ยังชอบหรือหาโอกาสไปท่องเที่ยวแบบเดินป่าบากบั่นปีนป่ายขึ้นดอยสูง ยิ่งหากเป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่นั้นไม่ต้องพูดถึง พวกเขามักจะชักชวนกันออกเดินทางไปในที่สะดวกที่สามารถแต่งตัวสวยหล่อ แล้วถ่ายรูปกับสถานที่เด่นๆ สีจัดๆ หรือถ้าหาอะไรไม่ได้ก็ป้ายบอกชื่อสถานที่นั่นแหละ จากนั้นก็โพสต์ภาพลงในโซเชียลมีเดีย…นั่นแหละคือการท่องเที่ยวของพวกเขาบางคน

ซากุระสีชมพู ณ ภูลมโล

เพราะฉะนั้นถ้าหากผมจะเขียนแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่เดินทางไปถึงยาก คงไม่มีใครอยากอ่านแน่นอน เพราะไม่รู้จะอ่านไปทำไม อ่านไปแล้วก็คงไม่ไป จึงขอเขียนเล่าถึงสถานที่แห่งหนึ่งที่ผมเพิ่งจะเดินทางกลับมาได้เพียง 2 วัน ณ ที่แห่งนี้รถยนต์สามารถเข้าถึงได้แต่ต้องเป็นรถยนต์กระบะในท้องถิ่นนะครับ

“ภูลมโล” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ตั้งอยู่ในเขต ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย แต่ทว่าจะให้สะดวกที่สุดควรเดินทางมาจากอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ที่ตั้งอยู่ในเขต อ.นครไทย จ.พิษณุโลก แล้วมุ่งหน้าต่อมายังหมู่บ้านร่องกล้าจะสะดวกกว่า จากหมู่บ้านร่องกล้าต้องติดต่อใช้รถยนต์กระบะของคนในท้องถิ่น ขับเคลื่อนบุกตะลุยบดล้อต่อขึ้นมาตามทางดินผสมลูกรังเป็นบางช่วงระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ก็จะมาถึงบริเวณภูลมโล ซึ่งเป็นจุดชมวิวรอยต่อของ 3 จังหวัด อันได้แก่ ด้าน อ.ด่านซ้าย จ.เลย ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ และบริเวณบ้านร่องกล้า จ.พิษณุโลก นอกจากเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่งดงามแล้ว ที่ภูลมโลยังมีแปลงปลูกต้นนางพญาเสือโคร่ง หรือที่หลายคนบอกว่าคือดอกซากุระเมืองไทย เป็นจำนวนมากอีกด้วย

ในวันนี้ดอกนางพญาเสือโคร่งกำลังเริ่มผลิดอกออกมา และในอีกไม่กี่วันข้างหน้าดอกนางพญาเสือโคร่งสีชมพูคงจะบานเต็มพื้นที่กลายเป็นดอยสีชมพู ซึ่งถือได้ว่าภูลมโลแห่งนี้มีต้นนางพญาเสือโคร่งเป็นจำนวนมากติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทยเลยทีเดียว หากคุณเป็นผู้ชื่นชอบการชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ขอแนะนำให้เดินทางมาชมกันให้ได้เลยนะครับ

ทั้งนี้ก่อนเดินทางควรโทรศัพท์ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ซึ่งได้แก่คุณนัฐวัฒน์ แซ่หว้า ผู้นำทางผมและคณะเดินทางขึ้นไปชมกันในวันนั้น ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08 9959 5808 โดยเขาได้จัดตั้งเป็นกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านร่องกล้าขึ้นมา เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว โดยมีรถยนต์กระบะไว้คอยบริการ ราคาเริ่มต้นที่เที่ยวละ 800 บาท (ไป-กลับ) นั่งได้คันละ 6-7 ท่าน หากเกินกว่านั้นราคาก็เพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยตามแต่ตกลงกันไป

เกี่ยวกับที่มาของชื่อภูลมโลนั้น คุณนัฐวัฒน์ ได้เล่าให้ฟังว่า เป็นคำที่พูดเพี้ยนมาจากคำว่า “ภูลงรู” เนื่องจากแต่เดิมบนภูแห่งนี้มีธารน้ำไหลลงไปในรู เมื่อนำมาพูดต่อๆ กันอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะชาวม้งในพื้นที่มักจะออกเสียงไม่ชัด จึงเพี้ยนมาเป็น ภูลมโล นั่นเอง

สำหรับผมแล้ว ภูลมโล ถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่มีความสวยงามอย่างน่าประทับใจ อยากให้คุณได้ลองเดินทางไปสัมผัส แม้ว่าเส้นทางอาจจะลำบากสักหน่อยแต่รถยนต์สามารถเข้าถึงได้โดยที่คุณไม่ต้องเดิน เด็กและผู้สูงอายุจึงเดินทางไปเที่ยวได้อย่างไม่เหนื่อยมากนัก เมื่อขึ้นไปถึงคุณจะได้เห็นความงดงามอย่างที่ปราศจากสิ่งปลูกสร้างใดๆ ให้เกะกะ เหมาะสำหรับท่านที่ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณนัฐวัฒน์ แซ่หว้า
โทรศัพท์ 08 9959 5808

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
โทรศัพท์ 0 5535 6607

แห่กราบไหว้กล้วยประหลาด เชื่อ ‘แม่ตานี’ ให้โชค-เลขเด็ด

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่บริเวณศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่ของเกษตรกร ที่ท้ายหมู่บ้านหนองประเสริฐ หมู่ 5 ต.ทับกุง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ได้มีชาวแห่มาขอหวยกับต้นกล้วยตีบ หรือ กล้วยตานีป่า ที่ปลูกอยู่ข้างสระน้ำ โดยต้นกล้วยประหลาดออกลูกมา 5 หวี และมี 5 ปลี ที่อยู่ในเครือกล้วยเดียวกันสร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ต่างพากันมาดูความแปลกประหลาด

โดยความเชื่อของคนอีสานว่า แม่ตานีจะมาให้โชคลาภ ชาวบ้านส่วนใหญ่นำผ้า 7 สีมาผูกพร้อมกับแต่งขันธ์ 5 และจุดธูปบอกกล่าวขอโชคลาภกับแม่ตานีนอกจากนี้ ด.ช.นัทธกรณ์ ศรีพะลาน หรือ น้องไอซ์ อายุ 6 ขวบ นักเรียนชั้นป.1 จิตรกรน้อย เด็กอัจฉริยะวาดภาพพุทธประวัติสวยงามที่เป็นข่าวโด่งดังและอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ได้รับเป็นศิษย์ ก็ได้เดินทางมาดูกล้วยประหลาดพร้อมกับผู้ปกครองด้วย ชาวบ้านได้ให้ น้องไอซ์ นับกล้วยประหลาด ที่มี 5 หวี มีลูก 22 ลูก และปลีอีก 5 ปลี ทุกคนจึงพากันตีเป็นเลขเด็ดและตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้มีโชคลาภกันทั่วหน้า

ด้านนายอุทัย หัตถปนิตย์ อายุ 51 ปี เปิดเผยว่า ตนได้มาซื้อที่ดินบริเวณนี้เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ทำนาปลูกข้าวและทำเกษตรผสมสาน ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพ่อหลวง ก่อนหน้านี้ตนได้นอนพักผ่อนอยู่ในศูนย์เรียนรู้ฯ ที่กำลังสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ในตอนกลางวันก็ได้ฝันเห็นผู้หญิงสวยงามแต่งชุดไทยสีเขียว มายืนอยู่ข้างสระน้ำ ใกล้กับต้นกล้วยจากนั้นตนก็ได้สอบถามหญิงคนดังกล่าวในความฝัน มาทำอะไรบริเวณแถวนี้ ซึ่งหญิงสวมชุดไทยสีเขียวบอกกับตนว่า จะมาให้โชคลาภแก่ชาวบ้านและสร้างความเจริญให้สถานที่แห่งนี้ แล้วก็หายตัวไป ตนก็เลยสะดุ้งตื่นขึ้นมาจึงได้เดินไปดูปรากฏว่าเห็นต้นกล้วยประหลาด จึงได้ไปเล่าให้ชาวบ้านฟังก่อนพากันมากราบไหว้ขอเลขเด็ดจำนวนมาก

Galaxyslot เกมสล็อตออนไลน์เสน่ห์ของวัฒนธรรมจีน Chinese Charm

Galaxyslot เกมสล็อตออนไลน์เสน่ห์ของวัฒนธรรมจีน Chinese Charm

สำหรับเกม สล๊อตออนไลน์ Chinese Charm อีกหนึ่งเกมสล๊อตสุดเพลิดเพลินในบริการ Galaxy Slot ที่ใช้รูปภาพแทนสัญลักษณ์รางวัล และด้วยลักษณะของเกมส์ที่คุณจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมของจีนยุคโบราณที่น่าตื่นเต้น

การเล่น CHINESE CHARM สล็อตออนไลน์

รายละเอียดและแนวทาง การเล่นสล็อตออนไลน์ CHINESE CHARM ทางเราได้รวบรวมใว้เป็นแนวทางไว้ศึกษาก่อนเล่นจริง เกมสล็อตออนไลน์ Galaxyslot Chinese Charm สัญลักษณ์ รูป FREE GAME ได้ FREE GAME 15 และการชนะทุกครั้งได้ X2 และมีโอกาสได้ FREE GAME อีกไม่จากัด

ข่าวสารจาก snbbet.com

ลูกร้องขอความเป็นธรรม คดีพ่อถูกรถเมล์ชนดับไม่คืบเกือบปี

เมื่อวานนี้ (12 มกราคม 2560) น.ส.รัตนา สุภาแสน อายุ 32 ปี บุตรสาว พร้อมด้วยมารดา ได้เข้าร้องสื่อหลังจากผู้เป็นพ่อประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และคดีไม่คืบหน้า ซึ่งเวลาผ่านไปเกือบ 1 ปี โดยมีการติดตามสอบถามผลความคืบหน้าคดีหลายครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังนิ่งเฉย เกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากรถคู่กรณีเป็นรถประจำทางของบริษัทซึ่งเจ้าของเป็นอดีตนักการเมืองชื่อดังใน จ.ปทุมธานี

น.ส.รัตนาเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 เมื่อนายศิริมงคล สุภาแสน อายุ 58 ปี ผู้เป็นพ่อซึ่งประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ได้ขับรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้าสีเหลืองไปส่งผู้โดยสารภายในซอยสุขใจ ถนนปทุมธานีสายใน โดยหลังจากส่งผู้โดยสารเสร็จพ่อได้ขับรถออกจากซอยสุขใจ เพื่อเลี้ยวขวาออกมาบนถนนปทุมธานีสายใน แต่เกิดถูกรถประจำทางสีส้มที่วิ่งระหว่างปทุมธานี-ปากเกร็ด พุ่งชนเข้าที่ด้านขวาของรถ เป็นเหตุให้พ่อนั้นเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ

น.ส.รัตนากล่าวอีกว่า หลังจากนำศพพ่อไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีจนแล้วเสร็จ จึงได้ทำการติดต่อกับ พ.ต.ท.วรุตน์ ไทยรัฐเทวิน เป็นพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สภ.เมืองปทุมธานี ผู้รับผิดชอบคดี และได้รับคำตอบว่าอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารและจะเรียกทั้งสองฝ่ายเข้ามาพบ จนกระทั่งมีการพูดคุยกับผู้ขับขี่รถประจำทางคันดังกล่าวและตัวแทนของทางบริษัทกิตติสุนทร จำกัด เป็นครั้งแรกในช่วงเดือนเดียวกัน ขณะที่ได้มีการเรียกค่าเสียหายไปเบื้องต้นจำนวน 5 แสนบาท ซึ่งทางตัวแทนบริษัทมีการต่อรองพร้อมทั้งอ้างว่าจะต้องนำเรื่องที่มีการเรียกร้องในครั้งนี้เข้าที่ประชุมก่อน และหลังจากนั้นก็ไม่มีการติดต่อจากทางคู่กรณีอีกเลย ตนจึงได้ทำการติดต่อไปยัง พ.ต.ท.วรุตน์ ก็ได้รับคำตอบว่าอยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ เหมือนเดิมทุกครั้งตลอด 6 เดือน

“จนกระทั่งในวันที่ 10 ตุลาคม 2559 ได้ตัดสินใจเดินทางเข้าไปพบ พ.ต.ท.วรุตน์ด้วยตนเองและมีการพูดคุยพร้อมกับบันทึกเสียงในการสนทนาเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐาน โดยทาง พ.ต.ท.วรุตน์แจ้งว่ายังไม่มีความคืบหน้าของคดี และยังบอกอีกว่ากำลังเกษียณอายุราชการก่อนพร้อมจะนำสำนวนคดีทั้งหมดส่งมอบให้กับทาง ร.ต.ท.ภาคภูมิ ทับเคลียว รองสารวัตรสอบสวนคนใหม่ที่จะเป็นผู้รับผิดชอบ ต่อ จากนั้นเดือนต่อมาตนก็ได้ประสานไปยัง ร.ต.ท.ภาคภูมิ กลับได้รับคำตอบว่ายังไม่ได้รับสำนวนคดีจากทาง พ.ต.ท.วรุตน์ รวมถึงได้มีการคุยผ่านไลน์สอบถามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งไม่มีการตอบรับใดๆ อีกเลยตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา ตนเองเริ่มร้อนใจและผิดสังเกต เนื่องจากเหตุเกิดมานานกลับไม่มีความคืบหน้าของคดีเลยแม้แต่น้อย” น.ส.รัตนากล่าว

น.ส.รัตนายังกล่าวอีกว่า ตนจึงได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี โดยนำเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้าร้องและขอความช่วยเหลือในเดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยที่ทางท่านผู้กำกับได้รับเรื่องและรับปากจะติดตามเรื่องให้ หลังจากนั้นมาก็ไม่มีความคืบหน้าของคดีอีกเช่นเคย ตนเองจึงได้เข้าร้องสื่อเพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากรับรู้มาว่าบริษัทรถประจำทางคันที่ก่อเหตุเป็นของอดีตนักการเมืองชื่อดังในพื้นที่

มายังไง! ตะพาบยักษ์อายุกว่า 50 ปี คลานขึ้นบ้านคนที่ฉะเชิงเทรา

สุดแปลกมายังไง ตะพาบยักษ์อายุกว่า 50 ปี หนัก 45 กก. คลานขึ้นบ้านคนที่ฉะเชิงเทรา เจ้าของบ้านเรียกกู้ภัยมาช่วยเหลือ หลังพบแผลที่เท้าซ้ายหน้า

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 60 หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เข้าตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 139/11 หมู่ 1 ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา หลังนางมณีรมย์ จันทร อายุ 58 ปี เจ้าของบ้าน แจ้งว่าพบตะพาบขนาดใหญ่เข้ามาภายในบ้าน

เมื่อไปตรวจสอบพบ ว่าตะพาบได้เดินไปยังบ้านเลขที่ 139/12 ของนางยุพาพร สุวรรณโฆษิต อายุ 64 ปี ซึ่งอยู่ติดกัน โดยพบว่าเป็นตะพาบยักษ์ขนาดกว้าง 50 เซนติเมตร ยาว 70 เซนติเมตร หนัก 45 กิโลกรัม อายุกว่า 50 ปี มีบาดแผลจนเลือดออกบริเวณเท้าซ้ายหน้า เจ้าหน้าที่ต้องพยายามช่วยกันยกใส่รถกระบะเพื่อนำส่งศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งฉะเชิงเทรา เพื่อให้ช่วยรักษาบาดแผลพร้อมดูแลต่อไป

นางมณีรมย์ เล่าว่า เมื่อวานนี้ (11 ม.ค.) ช่วงเช้าขณะเดินออกมาหน้าบ้านก็เห็นตะพาบตัวดังกล่าวกำลังจะเดินเข้ามาที่ประตูบ้าน จึงไปตามคนในบ้านมาช่วยกันดูว่าจะช่วยเหลือยังไง ระหว่างนั้นต้องกลับเข้าบ้านไปทำงานบ้านพอออกมาดูก็พบว่าตะพาบยักษ์ก็หายไปแล้ว และพยายามเดินค้นหาทั้งวันก็ไม่พบ จนช่วงเย็นลูกสาวกลับมาจากทำงานก็พบตะพาบตัวเดิมเดินออกมาจากบ้านแล้วเดินหนีมาข้างบ้านก่อนจะแจ้งกู้ภัยมาจับ