ลูกร้องขอความเป็นธรรม คดีพ่อถูกรถเมล์ชนดับไม่คืบเกือบปี

เมื่อวานนี้ (12 มกราคม 2560) น.ส.รัตนา สุภาแสน อายุ 32 ปี บุตรสาว พร้อมด้วยมารดา ได้เข้าร้องสื่อหลังจากผู้เป็นพ่อประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และคดีไม่คืบหน้า ซึ่งเวลาผ่านไปเกือบ 1 ปี โดยมีการติดตามสอบถามผลความคืบหน้าคดีหลายครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังนิ่งเฉย เกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากรถคู่กรณีเป็นรถประจำทางของบริษัทซึ่งเจ้าของเป็นอดีตนักการเมืองชื่อดังใน จ.ปทุมธานี

น.ส.รัตนาเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 เมื่อนายศิริมงคล สุภาแสน อายุ 58 ปี ผู้เป็นพ่อซึ่งประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ได้ขับรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้าสีเหลืองไปส่งผู้โดยสารภายในซอยสุขใจ ถนนปทุมธานีสายใน โดยหลังจากส่งผู้โดยสารเสร็จพ่อได้ขับรถออกจากซอยสุขใจ เพื่อเลี้ยวขวาออกมาบนถนนปทุมธานีสายใน แต่เกิดถูกรถประจำทางสีส้มที่วิ่งระหว่างปทุมธานี-ปากเกร็ด พุ่งชนเข้าที่ด้านขวาของรถ เป็นเหตุให้พ่อนั้นเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ

น.ส.รัตนากล่าวอีกว่า หลังจากนำศพพ่อไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีจนแล้วเสร็จ จึงได้ทำการติดต่อกับ พ.ต.ท.วรุตน์ ไทยรัฐเทวิน เป็นพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สภ.เมืองปทุมธานี ผู้รับผิดชอบคดี และได้รับคำตอบว่าอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารและจะเรียกทั้งสองฝ่ายเข้ามาพบ จนกระทั่งมีการพูดคุยกับผู้ขับขี่รถประจำทางคันดังกล่าวและตัวแทนของทางบริษัทกิตติสุนทร จำกัด เป็นครั้งแรกในช่วงเดือนเดียวกัน ขณะที่ได้มีการเรียกค่าเสียหายไปเบื้องต้นจำนวน 5 แสนบาท ซึ่งทางตัวแทนบริษัทมีการต่อรองพร้อมทั้งอ้างว่าจะต้องนำเรื่องที่มีการเรียกร้องในครั้งนี้เข้าที่ประชุมก่อน และหลังจากนั้นก็ไม่มีการติดต่อจากทางคู่กรณีอีกเลย ตนจึงได้ทำการติดต่อไปยัง พ.ต.ท.วรุตน์ ก็ได้รับคำตอบว่าอยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ เหมือนเดิมทุกครั้งตลอด 6 เดือน

“จนกระทั่งในวันที่ 10 ตุลาคม 2559 ได้ตัดสินใจเดินทางเข้าไปพบ พ.ต.ท.วรุตน์ด้วยตนเองและมีการพูดคุยพร้อมกับบันทึกเสียงในการสนทนาเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐาน โดยทาง พ.ต.ท.วรุตน์แจ้งว่ายังไม่มีความคืบหน้าของคดี และยังบอกอีกว่ากำลังเกษียณอายุราชการก่อนพร้อมจะนำสำนวนคดีทั้งหมดส่งมอบให้กับทาง ร.ต.ท.ภาคภูมิ ทับเคลียว รองสารวัตรสอบสวนคนใหม่ที่จะเป็นผู้รับผิดชอบ ต่อ จากนั้นเดือนต่อมาตนก็ได้ประสานไปยัง ร.ต.ท.ภาคภูมิ กลับได้รับคำตอบว่ายังไม่ได้รับสำนวนคดีจากทาง พ.ต.ท.วรุตน์ รวมถึงได้มีการคุยผ่านไลน์สอบถามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งไม่มีการตอบรับใดๆ อีกเลยตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา ตนเองเริ่มร้อนใจและผิดสังเกต เนื่องจากเหตุเกิดมานานกลับไม่มีความคืบหน้าของคดีเลยแม้แต่น้อย” น.ส.รัตนากล่าว

น.ส.รัตนายังกล่าวอีกว่า ตนจึงได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี โดยนำเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้าร้องและขอความช่วยเหลือในเดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยที่ทางท่านผู้กำกับได้รับเรื่องและรับปากจะติดตามเรื่องให้ หลังจากนั้นมาก็ไม่มีความคืบหน้าของคดีอีกเช่นเคย ตนเองจึงได้เข้าร้องสื่อเพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากรับรู้มาว่าบริษัทรถประจำทางคันที่ก่อเหตุเป็นของอดีตนักการเมืองชื่อดังในพื้นที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *