สุดยอด! ‘กาแฟขี้ชะมด’ รายแรกในตรัง

vs170310-015100360กาแฟขี้ชะมดรายแรกในตรัง รสชาติกลมกล่อม ผลิตออกจำหน่ายทั้งทางโลกออนไลน์และขายตรงให้กับนักท่องเที่ยว

วันที่ 10 มีนาคม 2560 นายสมศักดิ์ อักษรกาญจน์ อายุ 50 ปีใช้พื้นที่ของตัวเองประมาณ 1 ไร่ ที่หมู่ที่ 6 ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เลี้ยงชะมดหรือมุสังหอม หรือทางภาคเหนือเรียกว่าอีเห็นข้างลายจำนวนกว่า 100 ตัว โดยป้อนให้กินเมล็ดกาแฟสด สลับกับกล้วย นม ผลไม้ที่มีกากใยและอื่น ๆ เพื่อนำขี้ชะมดที่ได้มาสกัดเป็นกาแฟขี้ชะมดเมืองตรัง โดยชะมด 1 ตัวจะกินเมล็ดกาแฟสุกวันละ 1 กิโลกรัมในช่วงเย็น และเช้าจึงสามารถเก็บขี้ชะมดไปตากแดดอีก 8 วันก่อนจะนำไปเข้าตู้อบอีก 6 เดือน แล้วนำมาคั่วด้วยความร้อน 200 องศาเป็นเวลา 13 นาที จึงสามารถนำมาบดให้เป็นผง นำออกจำหน่ายในราคาแก้วละ 200 บาท

แต่หากเป็นเมล็ดกาแฟที่คั่วสุกแล้วแต่ยังไม่บดเป็นผงขาย ซองละ 50 กรัม ราคา 1,000 บาท, ซองละ 100 กรัมราคา 2,000 บาท,ซองละ 150 กรัมราคา 3,000 บาท และซองละ 200 กรัมราคา 4,000 บาท ซึ่งการเก็บเมล็ดกาแฟที่คั่วสุกจะเก็บไว้ได้นานกว่ากาแฟผง ส่วนรสชาติของกาแฟขี้ชะมดหอม กลมกล่อม ละมุนละไมและนุ่มลิ้นมาก หอมติดลำคอ สร้างความกระปรี้กระเปร่า และชุ่มคอตลอดทั้งวัน ทำให้คอกาแฟนิยมดื่มกาแฟขี้ชะมดแม้จะมีราคาสูงกว่ากาแฟปกติทั่วไปก็ตาม

ซึ่งเกษตรกรฯ ได้หาซื้อชะมดจากชาวบ้านและเพาะขยายพันธุ์เองโดยมีใบอนุญาตจากกรมป่าไม้อย่างถูกต้อง แต่ปัจจุบันได้ยกการสงวนและคุ้มครองชะมดข้างลายแล้วเนื่องจากสามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยเกษตรกรได้ศึกษาข้อมูลการเลี้ยงชะมด รวมทั้งการทำกาแฟขี้ชะมดจากยูทูป ประกอบกับตัวเองจบทางด้านการเกษตร จึงหันมาทำกาแฟขี้ชะมดอย่างจริงจังเพื่อส่งขายให้กับนักท่องเที่ยว และตระเวนซื้อเมล็ดกาแฟสุก ปลอดภัยจากการใช้สารเคมีจากจังหวัดต่าง ๆ มาเลี้ยงชะมด ซึ่ง 1 ปีจะมีเมล็ดกาแฟสุกให้ชะมดกินได้ทุกวันรวมเวลา 3 เดือน คือตั้งแต่เดือนมกราคมถึงปลายเดือนมีนาคมนี้ ส่วนอีก 9 เดือนที่เหลือจะให้ชะมดกินกล้วย กินอาหารหมาอาหารแมว ซึ่งเป็นสัตว์ในตระกูลเดียวกันและผลไม้อื่น ๆ รวมทั้งเมล็ดกาแฟนอกฤดูกาลทั้งพันธุ์อะราบิก้าและโรบัสต้า และเป็นเกษตรกรรายแรกใน จ.ตรัง ที่ผลิตกาแฟขี้ชะมดออกจำหน่ายทั้งทางโลกออนไลน์และขายตรงให้กับนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้การผลิตต้องใช้ต้นทุนที่สูงมาก โดยเฉพาะเมล็ดกาแฟสุกรับซื้อในกิโลกรัมละ 40-50 บาท และต้องใช้เมล็ดกาแฟวันละ 100 กิโลกรัม หรือวันละไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท ทำให้ยังไม่มีคู่แข่งในจ.ตรังและจังหวัดใกล้เคียง ส่วนกาแฟขี้ชะมดหลังผ่านกระบวนการต่าง ๆ ต้องใช้เวลานานกว่า 6 เดือนจึงจะสามารถนำออกจำหน่ายได้ แต่ยังโชคดีที่ชะมดอายุ 8 เดือนก็สามารถผสมพันธุ์กันได้แล้ว และออกลูกครั้งละ 2-3 ตัวปีละ 2-3 ครั้งทำให้แพร่พันธุ์ชะมดได้อย่างรวดเร็วแต่ไม่ขายพ่อแม่พันธุ์ ซึ่งเกษตรกรผู้ผลิตกาแฟขี้ชะมดรายแรกใน จ.ตรังเชิญชวนให้เกษตรกรหันมาปลูกต้นกาแฟแซมในร่องสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน เพื่อนำผลผลิตเมล็ดกาแฟสุกป้อนให้กับตน โดยรับซื้อตลอดทั้งปีเพื่อจะให้มีกาแฟขี้ชะมดขายได้ตลอดทั้งปี ส่วนผลตอบรับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ซื้อไปเป็นของฝากให้กับผู้หลักผู้ใหญ่ และในงานเทศกาลต่าง ๆ ซึ่งเกษตรกรรับบดกาแฟให้ฟรีพร้อมเปิดให้ชิมรสชาติที่แตกต่างก่อนตัดสินใจซื้อด้วย

ซึ่งนายสมศักดิ์ฯ ผู้ผลิตกาแฟขี้ชะมด กล่าวว่า ได้ชะมดจะออกลูกมา 3-4 ตัวต่อครั้งปีละ 3-4 ครั้งโดยสะสมชะมดมาประมาณ 4 ปีได้ชะมดจำนวน 100 ตัวแล้ว และแต่ละปีสามารถมีกาแฟขี้ชะมดประมาณ 500 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 20,000 บาทสร้างรายได้นับ 10 ล้านบาท และยังเชิญชวนให้เกษตรกรหันมาปลูกต้นกาแฟแทนการทำสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันซึ่งตนมองว่าจะขายได้ทุกวันและได้ราคาดีกว่ามากโดยรับซื้อเมล็ดกาแฟสุกปลอดสารเคมีในราคากิโลกรัมละ 40-50 บาทและไม่จำกัดจำนวน เพื่อผลิตกาแฟขี้ชะมดอย่างยั่งยืนเป็นระบบและครบวงจร ซึ่งจะส่งขายทั้งในและต่างประเทศต่อไปในอนาคต

Please follow and like us:
0

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Facebook
Google+
http://manumanuelices.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9F%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%94-%E0%B8%A3%E0%B8%B2/
Twitter
YouTube