อย่าเอามือถือใส่ในกระเป๋ากางเกง อันตรายต่อการสืบพันธ์

iStock_000054855154_Small-600x399ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเอามือถือเก็บเอาไว้ทีกางเกงละก็ ต้องบอกเลยนะครับว่าจงหยุดการกระทำแบบนั้นซะ เพราะว่ามันส่งผลเสียต่อสเปริ์มของเราเป็นอย่างมากเลยนะ!!! ซึ่งล่าสุดได้เผยว่า จาก 21 การศึกษานั้นได้พบว่า การเก็บโทรศัพท์มือเอาไว้บริเวณกระเป๋ากางเกงนั้น จะส่งผลต่อการสร้างสเปิร์มที่แช็งแรงในระยะยาวนั่นเอง

โดยคลื่นโทรศัพท์นั้นจะเข้าไปทำลายในส่วนของ DNA สเปิร์ม และทำให้มันตายได้ ส่วนพวกที่เหลือก็อาจจะไม่แข็งแรงพอ ซึ่งทำให้ยากต่อการสืบพันธ์ ถึงแม้ว่าจะมีการโต้เถียงกันอยู่เป็นระยะยาวว่าคลื่นโทรศัพท์นั้นส่งผลต่อร่างกายของคนเราจริงหรือ? แต่ว่าผลการศึกษาล่าสุดจากทาง University of Newcastle ในประเทศ Australia นั้นได้ชี้ชัดให้เห็นแล้วว่ามันส่งผลกระทบจริง

โดยการศึกษาในครั้งนี้ได้นำผลการวิจัยที่เคยมีมาแล้วกว่า 27 ผลการวิจัยมาวิเคราะห์อีกครั้งแล้วก็ได้ผลที่ว่า 21 จาก 27 ผลการวิจัยนั้นแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่น่ากลัวระหว่างสัญญาณโทรศัพท์และสเปิร์มของผู้ชายเรา

โดยพวกเขายังเสริมว่า เราได้นำหลักฐานและผลการวิจัยที่มีอยู่ถึงผลของ RF-EMR [radio-frequency electromagnetic radiation] ถึงผลกระทบต่อการสืบพันธ์ของผู้ชาย โดยวัดจากค่าการถูกทำลายและลดปริมาณของเสปิร์มจากคลื่นโทรศัพท์นั่นเอง

ดังนั้นเราจึงขอแนะนำว่าต่อไปนี้เราไม่ควรที่จะเอามือถือของเรามาเก็บเอาไว้ใกล้ๆ อวัยวะเพศดีกว่า เพราะมันอาจจะส่งผลระยะยาวต่อร่างกายเราได้ แนะนำว่าให้ใส่เคสแบบที่คล้องคอได้จะดีกว่า

“ปู ไปรยา”เปิดใจหลังสัมผัสค่ายผู้ลี้ภัย แฮปปี้คุยแมทธิว ไม่ขอตอบแทน โน้ต-แพม

kood-1-696x403วันที่ 24 กพ. ที่ บิ๊กซี สาขา ราชดาริ มีงาน Slin Drink Meet & Greet มีนางเอกสาว “ปู-ไปรยา ลุนด์เบิร์ก มาร่วมงานในฐานะพรีเซ็นเตอร์ หลังจากงาน ปู ไปรยา ได้เปิดใจถึงเรื่องที่ไปลงพื้นที่เยี่ยมผู้ลี้ภัย ที่ประเทศจอร์แดน พร้อมอัพเดตเรื่องหัวใจ หลังบินไปฉลองวันวาเลนไทน์กับหวานใจตาน้ำข้าว “แมธทิว แบรก” ที่ อเมริกา

ปู เผยว่า “ปูลงพื้นที่ในประเทศมา 3 ปีแล้ว นี้ถือเป็นครั้งแรกที่ไปจอร์แดน และได้ไปพบผู้ลี้ภัยจากซีเรีย เป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเป็นอย่างมาก และทำให้เข้าใจว่าสุดท้ายมนุษย์ก็อยากอยู่กับครอบครัว อยู่อย่างปลอดภัย การเดินทางค่อนข้างลำบาก ที่โน้นจะโหดกว่าประเทศไทย เพราะเป็นทะเลทราย ทุรกันดารและฝุ่นเยอะ ขนาดปูลงพื้นที่เยอะ ยังว่าโหดเลย เห็นผู้ลี้ภัยรู้สึกสงสารมาก เพราะหลายครอบครัวที่ปูได้คุย เขาพบกับการสูญเสีย ทั้งสามีและลูก แต่สิ่งมหัศจรรย์ที่ปูได้เห็นคือ มนุษย์เราผ่านอะไรมาก็ตาม เรายังมีความหวัง และความเข้มแข็งที่จะเดินไปข้างหน้า ผู้ลี้ภัยที่โน้น เขาฝากขอบคุณคนไทยที่ร่วมบริจาค และช่วยเหลือพวกเขา มอบที่พักพิงและของใช้ต่างๆ ให้เขา หลังจากนี้ปูจะมีลงพื้นที่ช่วยผู้ลี้ภัยในประเทศไทย และมีช่วยองค์กรค์อื่นๆด้วย ช่วงกลางปีจะไปลงพื้นที่ต่างประเทศอีก”

ไปค่ายลี้ภัยแต่ล่ะครั้งจะเห็นปูถ่ายรูปกับเด็ก “จุดอ่อนของปู คือเด็ก เหมือนที่ปูเคยพูดตลอดว่า ไม่รู้ว่าปูจะได้มีลูกของเราเองหรือเปล่า แต่ไม่ว่าเราจะเจอเด็กสัญชาติ และสีผิวใด ปูรู้สึกว่าเขาก็เหมือนลูกปู อยากจะมอบอนาคต และชีวิตที่ดีที่สุดให้กับเขา หลังจากปูได้รับตำแหน่งทูตสันถวไมตรีจาก ยูเอ็นเอชซีอาร์ ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะเราเป็นอาสาสมัครมา 3 ปี แต่การเป็นทูตมันทำให้เรามีกระบอกเสียงที่ดังขึ้น แต่เรื่องการทำงานปูเต็มที่ทุกอย่างเหมือนเดิม”

ถามต่อถึงเรื่องที่วันวาเลนไทน์ ที่ไปฉลองกับหวานใจที่ต่างประเทศ “ไปแอลเอมาค่ะ ไปคุยงาน และไปพักผ่อนด้วย ก็รู้สึกดีค่ะ ภาพที่หลายคนชมว่าสวีทหวานก็โอเคนะคะ เราก็ปกติ ไปเดินเล่นสวนสนุก เดินดูโน้น นั้น นี้ ไม่มีเซอร์ไพรส์ หรือของขวัญอะไรเลย เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไหร่ ปูไม่นิยมของขวัญ และไม่ชอบเซอร์ไพรส์ ปูชอบความเสมอต้นเสมอปลาย คนที่มีความรู้สึกที่ดีให้กับเราก็พอ ที่ปูไม่ชอบสิ่งของเพราะมันไม่ยั่งยืน”

แมธทิว ของเป็นแฟนวันนั้นหรือเปล่า “(ยิ้ม) รอดูไปก่อนค่ะ ที่เห็นเราแอ็คแท็ชกันในไอจี ก็เป็นวันพิเศษอารมณ์พาไป ก็คงไม่ปล่อย(หัวเราะ) สถานะตอนนี้ก็คือบินไป บินมา ทำงานกันไปก่อน งานคือสถานะหลัก แต่อย่างที่บอกคงไม่แปลกถ้ามีคนเข้าไปคุย และบางครั้ง การที่มีคนถามทุกข์สุขเรามันก็เป็นเรื่องที่ดี จะได้เบาบ้าง ชีวิตเจออะไรหนักๆ มาเยอะแล้ว”

แห่ตักกิน-อาบ บ่อนํ้าสีชมพู ในวัดร้างโคราช สธ.รุดตรวจสอบ เตือนอันตราย

p0107240260p1-696x505สาธารณสุขอำเภอ เร่งเก็บตัวอย่างน้ำในบ่อน้ำวัดร้างที่ อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ส่งตรวจหาสารปนเปื้อน หลังชาวบ้านเชื่อเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ จากการแสดงอิทธิฤทธิ์ ของอดีตเกจิดัง เนรมิตให้มีสีชมพูอมม่วงใช้รักษาโรค จนชาวบ้านแห่ตักใช้อาบ-ดื่มกิน พร้อมจัดกำลังอส.-ประกาศห้ามนำไปใช้อุปโภคบริโภคชั่วคราวจนกว่าผลตรวจจะมีบทสรุป คาดใช้เวลา 1 สัปดาห์ ด้านชาวบ้านที่ก็ยอมทำตามคำเตือน แต่ยังเชื่อมั่นศรัทธาหวังช่วยหายจากโรคร้าย

เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 23 ก.พ. นพ.กุศล เชื่อมกลาง นายแพทย์สาธารณสุขอำเภอโนนสูง จ.นครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเก็บตัวอย่างน้ำภายในบ่อน้ำ วัดบ้านดอนเพกา ม.9 ต.ขามเฒ่า ซึ่งเป็นวัดร้างส่งไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์จังหวัดนครราชสีมา ตรวจสอบหาสารปนเปื้อน, หาค่าสี รวมทั้งสารสังเคราะห์ต่างๆ ที่อาจปนเปื้อนอยู่กับน้ำ โดยบ่อน้ำดังกล่าว มีลักษณะเป็นบ่อซีเมนต์เก่าแก่ รูปทรงคล้ายรูปหัวใจ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เมตร ลึก 60 เซนติเมตร มีน้ำขังอยู่ประมาณครึ่งบ่อ มีสีชมพูอมม่วง

สืบเนื่องจากชาวบ้านจำนวนมากเชื่อเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ โดยก่อนหน้านี้มีหญิงชราวัย 71 ปี อ้างว่าเป็นร่างทรงของหลวงพ่อพรหมสร รอด พระเกจิชื่อดังในพื้นที่ ซึ่งมรณภาพไปแล้ว ผู้เคยสร้างวัดดังกล่าว แสดงอิทธิฤทธิ์ เนรมิตบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์น้ำในบ่อเป็นสีชมพู ให้ชาวบ้านนำไปรักษาโรคภัยไข้เจ็บ จึงสร้างความฮือฮาแก่ชาวบ้าน หลายคนตักน้ำมาประพรมตามใบหน้า แขนขา ปรากฏว่าน้ำ เย็นเฉียบ ช่วยให้สดชื่นผ่อนคลาย

พร้อมประสานผู้นำชุมชนช่วยกันนำเชือกปอขึงกั้นพื้นที่บริเวณโดยรอบบ่อน้ำ ติดป้ายเขียนข้อความห้ามเข้า รอบบริเวณบ่อน้ำ และจัดกำลังอาสาสมัครในการดูแลความเรียบร้อยในบริเวณดังกล่าว ป้องกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปตักน้ำในบ่อมาดื่มกิน และใช้ล้างทำความสะอาดร่างกาย เนื่องจากเกรงว่าประชาชนที่ดื่มน้ำในบ่อไปอาจจะเกิดการล้มป่วยและเป็นโรคผิวหนังจากสารปนเปื้อน จนกว่าผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์จะออกมา ภายในสัปดาห์หน้า

นพ.กุศล เปิดเผยว่า การลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำภายในบ่อเพื่อนำไปตรวจและวิเคราะห์ในเรื่องของเคมีและจุลวิทยา เนื่องจากสภาพของน้ำดูด้วยตาเปล่าแล้วพบว่า น้ำเป็นสีชมพูม่วงๆ มีสภาพขุ่น ดังนั้นต้องตรวจหาสารปนเปื้อนในน้ำ โดยตัวอย่างน้ำทั้งหมดจะส่งตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์จังหวัดนครราชสีมา คาดว่าผลการตรวจทั้งหมดจะทราบได้ภายในสัปดาห์หน้า เบื้องต้นประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ทราบว่า น้ำในบ่อนั้นยังไม่ควรจะดื่มกิน เนื่องจากผลการตรวจยังไม่ยืนยันว่าสีของน้ำที่เป็นสีชมพูม่วงนั้น เกิดจากธรรมชาติหรือเป็นฝีมือของมนุษย์ จึงให้ผู้นำชุมชนกั้นแนวเขตห้ามเข้าและห้ามสัมผัสน้ำในบ่อโดย เด็ดขาด

ขณะที่บรรยากาศภายในวัดบ้านดอนเพกา มีชาวบ้านที่ทราบข่าวเป็นจำนวนมากต่างพากันทยอยเข้ามาดูบ่อน้ำภายในวัด ที่ชาวบ้านบอกต่อๆ กันว่าเป็นบ่อน้ำวิเศษ สามารถรักษาโรคได้ต่างๆ นานา จนทำให้หลายคนที่ทยอยเดินทางมาก็ต่างพากันถือขวดน้ำเปล่า กรอกน้ำภายในบ่อนำกลับไปบ้านเพื่อนำไปไว้ดื่มกินและล้างหน้า เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ เชื่อว่า บ่อน้ำดังกล่าวนั้นเป็นบ่อน้ำวิเศษสามารถรักษาโรคให้หายขาดได้

นางทอด ทับโคกสูง อายุ 60 ปี ชาว ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า วันนี้ตนเองและเพื่อนบ้านได้เดินทางมาที่วัดดอนเพกา เนื่องจากต้องการมาเอาน้ำในบ่อวิเศษกลับไปไว้ดื่มกิน เพื่อเป็นการรักษาโรค เนื่องจากช่วงนี้สายตาตัวเองเริ่มเกิดการ พร่ามัว คิดว่าเมื่อนำน้ำดังกล่าวไปดื่มกิน โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ จะหายไป แต่เมื่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไม่อนุญาตให้ตักน้ำดังกล่าวกลับไปดื่มกิน ก็ไม่ได้ผิดหวังอะไร วันหลังจะกลับมาใหม่อีกรอบเพราะว่าบ้านเดิมอยู่ ไม่ไกลจากที่วัดดอนเพกาเท่าไร

โลกตะลึง7ดาวใหม่-อาจพบสิ่งมีชีวิต น้ำ-อุณหภูมิเหมาะสม “นาซ่า”แถลงยันข่าวดี

p0103240260p1-696x522ฮือฮา “นาซ่า” ค้นพบดาวเคราะห์ 7 ดวง ขนาดใกล้เคียงกับ โลก โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงหนึ่ง ในจำนวนนี้ 3 ดวง มีสภาพแวดล้อม ระดับอุณหภูมิเหมาะแก่การเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต ผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ของไทย ร่วมให้ข้อมูล ระบุดาวมีลักษณะเป็นหินแข็ง มีน้ำที่ไม่ร้อน หรือเย็นจนเกินไป แต่ระยะทางห่างจากโลกถึง 40 ปีแสง หรือ 376 ล้านล้านกิโลเมตร หากเดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ต ใช้เวลา 4 ล้าน ปีกว่า จะถึง

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. สำนักข่าวเอพีรายงานว่า คณะนักวิจัยองค์การการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (นาซ่า) เปิดแถลงใหญ่ที่สำนักงานใหญ่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ถึงการค้นพบระบบดาวนอกระบบสุริยะแห่งใหม่ เป็นดาวเคราะห์ 7 ดวง ขนาดใกล้เคียงกับโลก โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงหนึ่ง ในจำนวนนี้ 3 ดวงอยู่ในสภาพแวดล้อม และระดับอุณหภูมิที่เป็นไปได้ว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตอยู่ การแถลง ดังกล่าวมีบรรดาสื่อต่างประเทศชั้นนำต่างถ่ายทอดสดทางเพจเฟซบุ๊กกันอย่างกว้างขวาง

นายอโมรี ตรีโอด์ นักวิจัยทีมเบลเยียม มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ กล่าวว่าดาวเคราะห์ทั้ง 7 ดวง โคจรรอบดาวแคระแดงที่มีชื่อว่าแทร็ปพิสต์-1 เป็นดาวฤกษ์ขนาดเล็ก ใกล้เคียงกับดาวพฤหัสบดี หรือจูปิเตอร์ ในจำนวนนี้ 3 ดวง อยู่ในโซนที่มีอุณหภูมิ ที่ไม่สูงจนเกินไปจนสู่จุดน้ำระเหย และ ไม่หนาวมากจนสู่จุดเยือกแข็งจนเกินไป ประกอบกับพื้นผิวที่มีลักษณะเป็นหินใกล้เคียงกับโลก และมีความเป็นไปได้ว่าอุณภูมิของดาวเคราะห์ดังกล่าวอาจจะอยู่ประมาณ 100 องศาเซลเซียสถึง 0 อาจจะเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต

“เราอยู่ในขั้นที่ลุ้นมากสำหรับการค้นหาว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่ที่นั่นหรือไม่ เพราะโอกาสของดาวที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลกในกาแล็กซีทางช้างเผือกจำนวนมากจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่หรือไม่นั้น ยากจะหยั่งรู้ได้ ผมคาดหวังว่าเราจะได้คำตอบในอีกสิบปีข้างหน้า” นายตรีโอด์กล่าว

การค้นพบครั้งนี้มาจากการศึกษาวิจัยด้วยกล้องโทรทรรศน์สำหรับสำรวจอวกาศตั้งอยู่ในประเทศชิลี พบกลุ่มดาวดังกล่าวอยู่ห่างออกไป 40 ปีแสงในกลุ่มดาวราศีกุมภ์ โดยเมื่อช่วงต้นปีที่แล้ว นายมิชาเอล กียง แห่งมหาวิทยาลัยลีเอจ ประเทศเบลเยียม และคณะ ค้นพบดวงดาวรอบดาวแทร็ปพิสต์-1 จำนวน 3 ดวง แต่มาล่าสุดนี้ผลการศึกษาค้นพบเพิ่มเป็น 7 ดวง และอาจมีมากกว่านี้อีก โดยระบบดาวกลุ่มนี้ชวนให้นึกถึงดาวพฤหัสฯ และเหล่าดวงจันทร์บริวาร นอกจากนี้ทีมงานของนายกียง ยังได้ริเริ่มศึกษาและวิเคราะห์ก๊าซมีเธนในชั้นบรรยากาศของดาวแทร็ปพิสต์-1 ที่มีต้นต่อมาจากสิ่งมีชีวิตเท่านั้น ขณะที่นายโธมัส ซูร์บูเชน หัวหน้าคณะวิทยาศาสตร์ของนาซา กล่าวว่า การค้นพบครั้งนี้จุดประกายว่า การค้นหาโลกแห่งที่สองไม่เพียงขึ้นอยู่กับว่ามีหรือไม่ แต่เป็นเมื่อใดต่างหาก

ใจล้วนๆ กู้ชีพเมืองสุรินทร์ หนึ่งชีวิตก็สำคัญ ลืมไปได้เลยกับคำว่า “ลำบาก”

71-696x392 สมาชิกเฟซบุ๊กเพจ “แจ้งข่าวชาวบุรีรัมย์” ได้แชร์ภาพพร้อมข้อความว่า “ด้วยหน้าที่และจรรยาบรรณ” #กู้ชีพโรงพยาบาลสุรินทร์ ออกปฎิบัติหน้าที่ ให้การช่วยเหลือชายผู้สูงอายุ โดยไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก” โดยเป็นภาพของเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลสุรินทร์ 2 คน เป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน กำลังลากรถเข็นซึ่งมีชายสูงอายุนอนอยู่ คาดว่าน่าจะได้รับบาดเจ็บ ออกจากกลางทุ่งนา สภาพที่เต็มไปด้วยความแห้งแล้ง เนื่องจากเส้นทางลำบากไม่สามารถนำรถพยาบาลเข้าไปรับผู้ป่วยได้ เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 คน จึงตัดสินใจนำผู้บาดเจ็บใส่รถเข็นแล้วช่วยกันลากออกไป ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ชายเป็นคนลาก ส่วนเจ้าหน้าที่หญิงคอยถือสายน้ำเกลือเดินตาม หลังภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวโซเชียลเข้ามาชื่นชมการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กู้ชีพเป็นจำนวนมาก โดยไม่หวั่นแม้ว่าจะยากลำบากเพียงใด ขอเพียงช่วยเหลือผู้ป่วยให้ปลอดภัยได้ก็พอแล้ว

หนุ่มยิงฆ่าตัว คาเรือนหอ กรอกปาก ประชดรัก แฟนสาว

201702221435402-20041020134500-1-696x392ว่าที่เจ้าบ่าวเครียด คว้าปืนยาว .22 ยิงกรอกปากตัวเองดับสยองคาเรือนหอ กลางสวนมะพร้าวย่านบางคนที สมุทรสงคราม เผยก่อนหน้านี้มีปากเสียงกับว่าที่เจ้าสาวที่จะแต่งงานอีกไม่กี่วัน กักตัวอยู่ในเรือนหอหลายวัน กระทั่งน้องชายเห็นผิดสังเกต เพราะต้องไปเข้าเวรพนักงานดับเพลิงเทศบาล แต่รอจนช่วงสายยังไม่ออกจากห้อง เข้าไปปลุกก็พบว่ายิงตัวตายกลายเป็นศพไปแล้ว

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 22 ก.พ. ร.ต.อ. เรืองวุธ อิ่มเอม ร้อยเวร สภ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม รับแจ้งเหตุยิงตัวตายในบ้านไม่มีเลขที่ ม.4 ต.กระดังงา จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมพ.ต.ท.ขวัญชัย ด่านปรีชา รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ธนะ แจ่มจันทร์ รอง ผกก.(สอบสวน) นพ.ชนัญช์ แจ่มจิตรตรง แพทย์นิติเวช ร.พ.นภาลัย เจ้าหน้าที่พฐ. และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสรรพราเชน

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูง ปลูกสร้างบริเวณล้งปอกมะพร้าวขาว ภายในบ้านพบศพนายสัญญา นิลเพชร อายุ 44 ปี อยู่ ม.4 ต.กระดังงา พนักงานดับเพลิงเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม อยู่ในชุดวอร์มพนักงานดับเพลิง นอนจมกองเลือดอยู่บนที่นอน พบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 กรอกปาก ใกล้กันพบอาวุธปืนยาวขนาดเดียวกันตกอยู่ เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8 ชั่วโมง

นายเสกสรรค์ นิลเพชร อายุ 36 ปี น้องชายผู้ตายให้การว่า นายสัญญาสร้างบ้านหลังที่เกิดเหตุอยู่ข้างๆ บ้านเดิม เตรียมใช้เป็นเรือนหอแต่งงานกับแฟนสาวซึ่งทำงานที่เดียวกัน แต่ยังไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอน ก่อนหน้านี้เมื่อ 4-5 วันที่ผ่านมา ผู้ตายมีเรื่องทะเลาะกับแฟนสาวคาดว่าเป็นเรื่องหึงหวง ก่อนกลับเข้าไปนอนพักในเรือนหอที่ยังสร้างไม่เสร็จ กระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้ตายต้องไปเข้าเวรดับเพลิงที่เทศบาล แต่จนถึงช่วงสายยังไม่ออกจากบ้านทำให้ผิดสังเกตจึงเข้าไปปลุก ทำให้พบว่ายิงตัวเองเสียชีวิตไปแล้ว

เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ตายที่จะแต่งงาน แต่เกิดมีปัญหาทะเลาะรุนแรงกับว่าที่เจ้าสาว กระทั่งวันนี้ต้องไปเข้าเวรดับเพลิงจะต้องไปเจอหน้าแฟนสาว คาดว่าเกิดอาการเครียดจึงคิดสั้นยิงตัวเองเสียชีวิตเบื้องต้นส่งศพไปชันสูตรที่ศูนย์นิติเวช ร.พ.ราชบุรี และจะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

แชร์ว่อน คลิปแฉหนุ่มอันตรายล่อลวงเด็กประถม กอดจูบ ทำอนาจาร

kuryed-1-696x403-1โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Ken Kae ซึ่งได้นำคลิปวงจรปิดจากบริเวณหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ทำให้เห็นภาพน่าตกใจ โดยพบว่า ชายคนหนึ่งได้ยืนช่วยตัวเองอยู่ข้างรถกระบะ จากนั้น เมื่อมีเด็กประถม 2 คนเดินผ่านมา ชายคนดังกล่าวทำลักษณะเหมือนเรียกให้ดูอะไรบางอย่าง เด็กจึงเดินเข้ามาดูที่บริเวณกระบะท้ายรถ ซึ่งชายคนนี้ตรงเข้าจับตัว ลูบหัว และหอม จากนั้น ได้เรียกเด็กเดินมาข้างรถ เหมือนจะให้ดูอะไรบางอย่าง และล็อกตัวเด็กหญิงคนหนึ่งไว้ มีการจับลูบตัว และกอดจากด้านหลัง จนสุดท้ายเด็กสะบัดหลุด และพยายามวิ่งหนีไป และพากันวิ่งย้อนกลับไปทางโรงเรียน ชายคนดังกล่าวจึงได้ขึ้นรถและขับออกไป

โดยผู้โพสต์ ได้ระบุว่า ” “ช่วยกันแชร์กันหน่อยนะครับ” กระทำอนาจาร ต่อหน้านักเรียน ท้องที่ สน.มีนบุรี √√คนร้ายมาจอดรถตรงทางเข้า ตลาดน้ำขวัญเรียมอ่ะ ไม่แน่ใจว่าตรงไหน แล้วลงมาจากรถ ทำอนาจารอย่างที่เห็น เหมือนน้องเด้กนักเรียนจะไปบอกครูอ่ะ ครูเลยมาดูกล้อง เลยเห็นภาพตามนี้เลย  บุคคลอันตราย ช่วยกันนะครับ”

“ต้น ..รถเป็นอะไรอ่ะ!” ดูชัดๆ เปิดภาพปัจจุบัน นักแสดงโฆษณาน้ำมันไดเกียวในตำนาน

774100010202033001000-696x392ถือว่าเป็นโฆษณาในตำนานทีเดียว สำหรับโฆษณาน้ำมันเครื่องไดเกียว กับวลีเด็ด “ใช้แล้วเครื่องฟิต สตาร์ทติดง่าย” ที่แม้กระทั่งทุกวันนี้ยังมีการฉายโฆษณาชุดนี้อย่างต่อเนื่อง ทำเอาหลายคนสงสัยว่า บรรดานักแสดงที่อยู่ในโฆษณาชุดนี้ ปัจจุบันเป็นอย่างไรกันบ้าง

จากกระทู้พันทิป “ปัจจุบันผู้ที่แสดงในโฆษณาน้ำมันเครื่องไดเกียว อยู่ที่ไหน และทำงานอะไร พวกเขาคือไอดอลของโฆษณาทีวีเมืองไทย” ที่มีผู้สงสัยมาตั้งคำถาม ก็มีเพื่อนๆ ของนักแสดงในโฆษณามาให้คำตอบกันจำนวนไม่น้อย.

โดยสาวเสื้อขาวที่เป็นคนถามหนุ่มต้นว่ารถเป็นอะไร ปัจจุบันทำงานเป็นผู้จัดการส่วนตัวของดาราสาว เก๋ ชลลดา ส่วนหนุ่มต้นที่รถเสีย ปัจจุบันมีครอบครัวแล้ว มีลูกชายและลูกสาวอย่างละคน ขณะที่สาวเสื้อเหลืองในโฆษณา รับราชการอยู่ที่กองบัญชาการกองทัพไทย

ขอบคุณที่มา ปัจจุบันผู้ที่แสดงในโฆษณาน้ำมันเครื่องไดเกียว อยู่ที่ไหน และทำงานอะไร พวกเขาคือไอดอลของโฆษณาทีวีเมืองไทย

เปิดใจนางรำพิการ “น้องอุ้มบุญ” สาวประเภทสองคนดังจากคลิปล้านวิว!

IMG_4338-696x457จากกรณีแฟนเพจเฟสบุ๊ค “มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ The Redemptorist Foundation for PWDs” ได้เผยแพร่คลิปวีดิโอ ที่มีสาวประเพศสองผู้พิการแต่สามารถฟ้อนรำได้อย่างอ่อนช้อยสวยงาม ทำให้มียอดผู้เข้าชมถึงหนึ่งล้านครั้ง และมีผู้คนแห่แชร์ให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก

ข่าวสดออนไลน์ได้เดินทางไปพูดคุยเปิดใจกับ นายอุ้มบุญ หมายเขา หรือน้องอุ้ม วัย 17 ปี สาวประเภทสองที่พิการมาตั้งแต่กำเนิดแต่มากด้วยความสามารถกันถึงที่มูลนิธิคุณพ่อเรย์ จ.ชลบุรี เมื่อไปถึงก็พบกับรอยยิ้มสดใสและความอารมณ์ดีของน้องอุ้มบุญ ที่ยิ้มทักทายให้กับทีมข่าวสดออนไลน์มาแต่ไกล เราได้สอบถามถึงคลิปวิดีโอดังกล่าวที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ เป็นที่ชื่นชมถูกอกถูกใจของผู้ที่เข้าไปดู

น้องอุ้มบุญได้เปิดเผยว่า หลังจากที่คริปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปตนรู้สึกดีใจมากๆไม่คิดไม่ฝัน ว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและดีใจที่คนในสังคมได้ให้โอกาสและมองเห็นความสามารถของคนพิการ สำหรับการแสดงฟ้อนรำในคลิปนั้น ตนได้แต่งกายเป็นนางรำหญิง เพลงที่ใช้รำคือเพลง “เปิดวงโปงลาง” รำในพิธีเปิดกิจกรรมค่ายผูกสัมพันธ์สานฝันเด็กพิการครั้งที่ 9 โดยมูลนิธิศูนย์มิตรภาพมนุษย์ล้อเอเชีย

จุดเริ่มต้นที่มาเป็นนางรำน้องอุ้มบุญ เล่าว่า ตอนนั้นเห็นคนอื่นรำเลยคิดอยากรำบ้าง แต่ตอนนั้นความพิการเป็นปัญหา แต่ทางโรงเรียนเห็นว่าเราอยากมีความสามารถในด้านนี้ อาจารย์ก็เลยสอนให้และได้รำมาตั้งแต่ชั้นป.4 ที่โรงเรียนบ้านกระบี่ จังหวัดศรีสะเกษ ช่วงแรกที่ฝึกก็ยากพอสมควร แต่เมื่อฝึกจนชำนาญก็เป็นเรื่องง่าย เพราะมีความชื่นชอบและรักในการรำไทย และต้องการอนุรักษ์ในวัฒนธรรมของภาคอีสาน เพราะตนเป็นคนจังหวัดศรีสะเกษ ส่วนในเรื่องเครื่องแต่งกายและการแต่งหน้าทำผมตนก็เป็นคนจัดการด้วยตัวเองทั้งหมด

น้องอุ้มบุญยังบอกอีกว่า ถึงแม้จะมีร่างกายพิการแต่นั่นไม่ใช่อุปสรรค สามารถใส่อรรถรสในการรำได้เหมือนนางรำทั่วไป ตนสามารถรำได้อย่างคนปกติรำกันถึงจะไม่สมบูรณ์แบบมากนัก แต่ก็ทำได้อย่างเต็มที่

ความสามารถของน้องอุ้มบุญไม่เพียงแต่สามารถรำไทยได้อย่างสวยงามเท่านั้น แต่ยังมีความสามารถอื่นๆอีกมากมาย อย่างเช่น การประกวดเล่านิทาน ที่ถึงขั้นได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศมาเลยทีเดียว อีกหนึ่งความสามารถคือการร้องเพลง ที่ไปประกวดจนได้รับรางวัลในหลายๆเวที

เมื่อถามถึงความใฝ่ฝันในอนาคต น้องอุ้มบุญมีความฝันที่อยากจะมีธุรกิจและเว็บไซต์เป็นของตนเอง เพราะตนเรียนมาทางด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ การเขียนโปรแกรมและเว็บไซต์ และหากสังคมเปิดกว้างมากกว่านี้ตนอยากเข้าไปทำงานในวงการบันเทิงและอยากเป็นนักแสดงของทิฟฟานี่ เพราะชอบพูดและกล้าที่จะแสดงออก

โดยน้องอุ้มบุญได้ปิดท้ายด้วยการโชว์ฟ้อนรำและร้องเพลงหมอลำ ให้กับทางข่าวสดออนไลน์ได้ชม และทิ้งท้ายว่า “อยากให้คนในสังคมมีทัศคติที่ดีและไม่ดูถูกคนพิการ อยากให้มองเห็นถึงความสามารถของคนพิการเป็นหลัก และเปิดโอกาสให้กับคนพิการได้ออกมาใช้ชีวิตในสังคมได้ปกติ โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดสิ่งอานวยความสะดวก รถไฟฟ้า สะพายลอยติดลิฟต์สาหรับคนพิการโดยเฉพาะสะพานลอยที่อยู่หน้ามูลนิธิฯ พัทยา”

หากใครสนใจอยากติดต่องานแสดงสามารถติดต่อเข้ามาได้ทางแฟนเพจเฟสบุ๊คของมูลนิธิคุณพ่อเรย์ หรือ อ.โล 09-1876-0086 , ต้อม 08-1562-9541

หมอจุฬาฯช่วยเต่ากินเหรียญ พบอาการปล่อยตัวเองจมน้ำ ซีทีสแกนเจอก้อนโลหะ ปล่อยไว้ลำพังตายทรมาน

p0104230260p1-696x547สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า แรกเริ่มที่พบเต่าตัวดังกล่าว มีอาการ นิ่งเฉย ปล่อยตัวเองจมน้ำ และขาซ้ายไม่ขยับ จึงทำซีทีสแกนดูจนพบก้อนโลหะ ซึ่งมีลักษณะเป็นเหรียญเงินหลายเหรียญกว้างกว่า 20 ซ.ม. จับตัวกันเป็นก้อนพังผืด อยู่ใกล้กระเพาะอาหาร ยังไม่แน่ใจว่าสารโลหะจะทำให้กระเพาะทะลุด้วยหรือไม่ และยังมีเบ็ดตกปลา ติดอยู่ด้วย ลักษณะนี้จึงปรึกษากับทีมแพทย์เต่าเฉพาะทางกับแพทย์รังสี ซึ่งเห็นพ้องต้องกันว่าต้องผ่าตัดคิดว่ายังพอมีโอกาสรอดมากกว่าปล่อยไว้ลำพัง ซึ่งจะตายอย่างทรมาน

สพ.ญ.ดร.นันทริกา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ในส่วนของการเตรียมการผ่าตัด จะใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ เพื่อให้เต่ามีร่างกายที่แข็งแรงขึ้นพร้อมทนกับยาสลบ ขณะนี้กำลังตรวจเลือดเพื่อดูว่ามีสารโลหะหนักตกค้างในเลือดมากน้อยแค่ไหน ซึ่งต้องถ่ายเลือดก่อน เนื่องจากเลือดจะเป็นพิษได้

“อยากฝากไปถึงวัดหรือสถานเลี้ยงสัตว์ต่างๆ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชม โดยเฉพาะสัตว์น้ำและสัตว์เลื้อยคลาน เพราะที่ผ่านมาเจอกรณีเหรียญอยู่ในท้องปลา จระเข้ ฮิปโป เต่า ปลากระเบน เกินกว่า 20 ครั้ง ซึ่งถือเป็นความทุกข์ทรมานของสัตว์ในการกินเหรียญที่คนโยนลงไปในบ่อ แทนที่จะได้บุญกลับเป็นบาปแทนจากความเชื่อผิดๆ อยากให้การเปลี่ยนจากการโยนเหรียญลงบ่อสัตว์เป็นใส่ตู้บริจาคแทน” สพ.ญ.ดร.นันทริกากล่าว