ลั่นไม่ไปกราบศพ แค้นลึกนายกหมึกไม่ขอโทษ

p0101190360p1-696x539จนมุมแถบชายแดนแม่สอด”ไอ้ใหญ่” มือปืนยิงสาวอบต.บึงชำอ้อ หลังหนีกบดาน ตร.หิ้วเค้นสอบ”บิ๊กอวบ” นำทีมแถลงจับทีมฆ่า นายกหมึกรับทำไปเพราะความแค้น เพราะส่งเสียเลี้ยงดูมาตลอดทั้งที่เลิกรากันไปแล้ว หวังขอคืนดี แต่กลับไปจดทะเบียนสมรสกับคนอื่น ระบุนัดพบผู้ตาย พร้อมพามือปืนไปยิง สั่งลั่นไกก่อนเดินลงจากรถ พามือปืนหนี ชี้ขอโทษครอบครัวผู้ตาย ยันไม่ขอขมาศพอดีตภรรยา ก่อน ตร.คุมตัวทำแผนฯ

จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงน.ส.วีรญาภา หรือเปิ้ล งามวิลัย อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่นโยบายและแผนฯ อบต.บึงชำอ้อ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เสียชีวิตภายในรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด สีดำ ทะเบียน 4กอ 8489 กทม. บริเวณถนนธับุรี-วังน้อย หมู่ 1 ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวกระทั่งทราบว่านายทวีวงศ์ ทองยืน อายุ 55 ปี หรือนายกหมึก อดีตนายก อบต.พานทอง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นอดีตสามี คนบงการฆ่า ก่อนถูกจับกุมตัวได้ภายในกระท่อมกลางป่า พื้นที่ ต.บ้านเก่า อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี พร้อมสารภาพว่าได้จ้างนายใหญ่ ในราคา 200,000 บาท ให้มายิงอดีตภรรยา สาเหตุเกิดจากความหึงหวงที่อดีตภรรยาไปจดทะเบียนสมรสใหม่ ทั้งๆ ที่ตนยังคงส่งเสียเลี้ยงดูอยู่ตลอดเวลา เพื่อหวังกลับมาคืนดีกัน จึงเกิดความแค้นจัดหามือปืนมาก่อเหตุดังกล่าว
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวคนร้ายไว้ได้เกือบทั้งหมด ยกเว้นเพียงนายใหญ่ มือปืนที่ยังหลบหนีอยู่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 18 มี.ค. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พล.ต.ต.อำนาจ จันทร์เจริญ ผบก.สส.ภ.1, พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บช.ภ.1 ฝ่ายสืบสวน ภ.จว.ปทุมธานี ร่วมกันแถลงจับกุมนายทวีวงศ์ ทองยืน หรือนายกหมึก, นายจีระพันธุ์ หรือโจ เม่งกี่, นายสมชาย หรืออาจารย์ เจริญยิ่ง
และนายจำปี หรือปี ชาติวงค์

นายทวีวงศ์กล่าวต่อว่า ตนขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย เพราะที่ผ่านมารู้สึกเจ็บปวดใจกับอดีตภรรยามากแต่ไม่ขอพูดถึงแล้ว พร้อมยืนยันด้วยว่าจะไม่ไปร่วมงานศพอดีตภรรยาแน่นอน ยอมรับว่าหลังก่อเหตุเครียดมากเพราะเนื่องจากตนเองรักภรรยาคนนี้มากพยายามง้อขอคืนดีมาโดยตลอด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายทวีวงศ์ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป., พล.ต.ต. อำนาจ จันทร์เจริญ ผบก.สส.บช.ภ.1, พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก.4 บก.ป. นำกำลังชุดสืบสวนจับกุมนายธนชัย มือปืน ได้ที่บริเวณชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก ขณะกำลังหลบหนี เบื้องต้นอยู่ระหว่างการนำตัวมาสอบปากคำที่บช.ภ.1

แม่ อบต.สาว แฉพฤติกรรมนายกหมึก เป็นคนอารมณ์ร้อนเคยเอาปืนจี้หัวลูกมาแล้ว

ntuhyjued-1-696x403จากกรณีอบต.สาว โดนยิงโหดเสียชีวิตคารถ จนต่อมาสามารถจับกุมผู้บงการคือนายกหมึก ทวีวงศ์ ทองยืน อดีตสามี พร้อมกับผู้ลงมือยิงได้ โดยอ้างว่า ทำไปเพราะโกรธแค้นที่ตนเองรักและส่งเสียเลี้ยงดูแต่กลับไปมีสามีใหม่

โดยเพจอีจัน ได้เผยแพร่คำสัมภาษณ์ของ นางบานเย็น งามวิลัย แม่ของ น.ส.วีรญาภา หรือ เปิ้ลสาวอบต. โดยได้ให้สัมภาษณ์ว่า ลูกสาวอยู่กินกับนายกหมึกเป็นธรรมดา แต่พอรู้ว่ามีเมียแล้วก็ไม่ยุ่งและตีตัวออกห่าง ระหว่างที่คบกันนั้นก็เคยเจอนายกหมึก พอรู้อยู่ว่าเป็นคนอารมณ์ร้อน มาบ้านก็จะทะเลาะงอนกันบ่อยๆ มีการทะเลาะกันให้เห็นเวลาอยู่ต่อหน้าแม่ก็มีทะเลาะกัน มีอยู่ครั้งหนึ่งลูกสาวไปสิงห์บุรีด้วยกันมีการทะเลาะกันในรถ จนลูกสาวเปิดประตูรถวิ่งไปขอความช่วยเหลือในป้อมตำรวจ และโทรหาแม่ร้องไห้ ซึ่งตนก็ปลอบว่า ให้อยู่กับตำรวจก่อน และตอนอยู่บ้านเช่า ที่ จ.ชลบุรี ก็มีการเอาปืนจ่อหัวลูกสาว โดยที่แม่ก็รู้ดีว่านายกหมึก เป็นคนอย่างไรเมื่อถามว่า นายกหมึก อ้างว่า ส่งเสียเลี้ยงดูลูกสาวนั้น แม่ กล่าวว่า ไม่จริง เช่น ลูกสาวเคยเล่าให้ฟังว่า นายกหมึกได้ไลน์เอกสารใบเสร็จปลอมอ้างว่าไปจ่ายค่าบ้านมา แต่จริงๆ โกหกและลูกสาวได้เอาเงินไปจ่ายเองและก็มีการเอาเอกสารมาให้ดูกันอยู่ ซึ่งตอนที่เลิกรากันก็เพราะนายกหมึก มีเมียแล้วและโกหก ก็เลยเลิกรากัน

ส่วนที่ให้สัมภาษณ์ว่ารักกันอยู่นั้น แม่กล่าวว่า คนรักกันก็ต้องมีความสงสารกัน ซึ่งสิ่งที่นายกหมึกทำกับลูกสาวอย่างโหดร้าย มันสวนทางกับสิ่งที่กระทำ เขาจะพูดอะไรก็ได้ เพราะลูกสาวแม่ไม่ได้ฟื้นขึ้นมาตอบโต้แล้ว

นางบานเย็น กล่าวว่า ส่วนสามีใหม่ของลูกสาว แม่เป็นคนห้ามไม่ให้มางานศพเองเพราะเขาเพิ่งมาไม่ได้รู้เรื่อง รู้ราวอะไร ไม่อยากให้มาเกี่ยวข้องเพราะเขายังอยู่กลัวว่าจะเกิดความเสียหาย“ถ้าใครไม่รู้จริง ก็อย่าโจมตีกันเลย อยากให้ไปถามเพื่อนร่วมงานทุกคน ว่าลูกเป็นคนอย่างไร คนอยู่จะพูดอย่างไรก็พูดได้ แต่คนตายไม่สามารถตอบโต้อะไรได้ ตั้งแต่ลูกเสียแม่ก็แทบไม่ได้นอน แทบไม่ได้ฝันถึงลูก แต่เพื่อนๆ ก็มีมาเล่าให้ฟังบ้างว่า ฝันเห็นมายืนให้เห็นไม่ได้พูดหรือทำอะไร”

 

คอหวยแห่ชม ลูกหมู 6 ขา ตีเลขเด็ดแทงหวย

1-7-768x432ลูกหมูเกิดใหม่มี 6 ขา คอหวยไม่พลาดแห่ชมตีเลขเด็ดแทงหวย

วันที่ 11 มี.ค. 60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีลูกหมูประหลาดคลอดออกมามี 6 ขา จึงได้เดินทางตรวจสอบที่บ้านของน.ส.จรรยา ขำสุข อยู่บ้านเลขที่ 213 หมู 13 ต.เทพราช อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เมื่อไปถึงพบว่ามีชาวบ้านจำนวนหนึ่งเดินทางมาดูลูกหมูเพศเมียเกิดใหม่ มีขา 6 ขา โดยมีขาด้านหน้า 2 ขา ขาหลังมี 4 ขา และมีลำไส้ไหลออกมากองอยู่ด้าน แต่ลูกหมูตัวดังกล่าวเพิ่งเสียชีวิตก่อนไม่นานก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะเดินทางไปถึง

น.ส.จรรยา เจ้าของลูกหมูประหลาด เล่าให้ฟังว่า ตนเลี้ยงแม่หมูหลายตัวเพื่อผสมพันธ์ขาย ที่ผ่านมาแม่หมูตัวดังกล่าวเกิดลูกหมูมาแล้ว 1 คลอก ซึ่งปกติทุกตัว แต่คลอกนี้แม่หมูเกิดลูกหมูจำนวน 9 ตัว แต่มีลูกหมูเพศเมียอยู่ 1 ตัว ซึ่งคลอดออกมาเป็นตัวที่ 5 แต่เกิดมาผิดปกติไม่เหมือนลกหมูทั่วไป โดยมีขาหน้า 2 ขา และขาหลัง 4 ขา หมู แต่หลังจากลูกหมูประหลาดเกิดประมาณ 5 ชั่วโมงก็เสียชีวิต ส่วนลูกหมูตัวอื่นมีลักษณะปกติและปลอดภัยทุกตัว หลังลูกหมูประหลาดเกิดมาแล้วเสียชีวิ ตนได้ประสานไปยังนายอารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล เพื่อขอน้ำยาฟอร์มาลีน เพื่อนำมาแช่ซากลูกหมูประหาดเก็บไว้ในขวดโหลเพื่อไว้ให้ผู้คนมาดูชม หลังจากบรรดาคอหวยทราบข่าวว่าที่บ้านตนมีลูกหมูประหลาดเกิดมา จึงแห่กันมาขอดูลูกหมู พร้อมนำธูป เทียน ดอกไม้มาบูชาขอเลขเด็ดกัน อย่างไรก็ตามตนขอร้องบรรดาคอหวยว่าไม่ให้ทาแป้งลูกหมูประหลาดดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ที่ ต.เสาเภา อ.สิชล มีลูกหมูประหลาดเกิดมามี 2 หัว 3 ตา 2 ปาก ทำให้คอหวยที่แห่ไปชมต่างถูกหวยกันหลายคน ทำให้เชื่อว่าลูกหมูที่เกิดมาประหลาดให้โชค ทำให้ลูกหมูเพศเมียตัวนี้ เหล่าบรรดาคอหวยแห่ไปชมและตีเลขเด็ดจากลูกหมูประหลาดกันคึกคัก โดยตีเลขจากความประหลาดของลูกหมูและเลขที่บ้านที่ลูกหมูเกิด อาทิเช่น 213 , 246 , 24 , 26 ,62 ,42

DSI เผยมีเบาะแสที่ซ่อนตัว พระธัมมชโย !

GettyImages-465218918-768x512อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมีเบาะแสที่ซ่อน “พระธัมมชโย” เร่งพิสุจน์ทราบเพื่อขอหมายค้น ยันคง มาตรา 44 แต่อนุญาตให้ศิษย์เข้าวัดได้

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามตัวพระไชยบูลย์ สุทธิผล หรือ พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาหลบหนีตามหมายจับร่วมกันฟอกเงินสมคบกันฟอกเงิน และรับของโจร ว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนของดีเอสไอและสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดชุดสืบสวนหาตัวพระไชยบูลย์แล้ว โดยเบื้องต้นมีผู้แจ้งเบาะแสมาที่ดีเอสไอถึงสถานที่ในเครือข่ายวัดพระธรรมกายในประเทศไทย ที่คาดว่าพระไชยบูลย์จะไปหลบซ่อนตัวอยู่หลายแห่ง หนึ่งในนั้นเป็นสถานที่ที่เคยมีผู้แจ้งเบาะแสมานานแล้ว และอยู่นอกพื้นที่ควบคุมตามประกาศ มาตรา 44 ซึ่งดีเอสไออยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอให้ศาลอนุมัติหมายค้นโดยเร็วที่สุด

ส่วนบริเวณวัดพระธรรมกาย ยืนยันว่ายังไม่มีการยกเลิกประกาศพื้นที่ควบคุมตาม มาตรา 44 แต่ได้มีการลดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลและตั้งด่านลง และอนุญาตให้ศิษยานุศิษย์และพระเข้าไปภายในวัดได้ แต่ได้ประสานให้สำนักงานพระพุทธศาสนาและเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีดูแล ไม่ให้ทางวัดทำกิจกรรมที่เป็นการระดมมวลชนใดๆทั้งสิ้น และให้ยุติการชุมนุมบริเวณวัดพระธรรมกายและพื้นที่โดยรอบทั้งหมด

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า กระแสข่าวที่ระบุว่าพระไชยบูลย์อยู่นอกประเทศนั้น ก็เป็นเพียงข่าว เจ้าหน้าที่ต้องดูตามข้อเท็จจริง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายงานจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองว่าพระไชยบูลย์ออกนอกประเทศ

โดยได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี, ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พร้อมด้วยเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ควบคุมดูแลพื้นที่วัดต่อไป

ส่วนการตรึงกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อรักษาความปลอดภัยต่างจุดต่างๆรอบวัดพระธรรมกายจะปรับลดกำลังลงตามความเหมาะสมของสถานการณ์ เเต่ยังคงความเข้มงวดไว้

นอกจากนี้ การดำเนินการจะเน้นเรื่องการข่าวของเจ้าหน้าที่ในการติดตามตัวพระธัมมชโย เนื่องจากผลการตรวจค้นวัดนั้นไม่พบตัว จึงคลายข้อสงสัยว่าพระธัมมชโยไม่ได้อาพาธตามที่เคยกล่าวอ้าง เเละสามารถเคลื่อนย้ายหลบหนีได้

ทั้งนี้ จะไม่มีการประชุมของกองอำนวยการร่วมและไม่มีการแถลงข่าวประจำวันที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค (ตชด.) ภาค 1 อีก เเต่หากมีสถานการณ์ จะเป็นการประชุมคณะทำงานเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม อายุความตามหมายจับพระธัมมชโย ในคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ยังเหลืออายุความอีกประมาณ 10 ปี

พบกระดูกและเศษชิ้นเนื้อ เร่งพิสูจน์เป็นของนักท่องเที่ยวสาวหรือไม่

j2ทีมค้นหาใต้ทะเลพบกระดูกและเศษชิ้นเนื้อนำไปพิสูจน์ว่าเป็นของนักท่องเที่ยวสาวหรือไม่

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา จนกระทั้งเย็นทีมค้นหาเพื่อหาหลักฐานของแหม่มสาวรัสเซีย บนเกาะเต่า ได้รับรายงานจาก พันตำรวจโทโชคชัย สุทธิเมฆ สารวัตรใหญ่ สภ.เกาะเต่า เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ นายอำเภอเกาะพะงัน นายกเทศบาลตำบลเกาะเต่า ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจน้ำ ตำรวจท่องเที่ยว กู้ภัยเกาะเต่า และผู้ประกอบการ ธุรกิจดำน้ำ ได้ทำการ ค้นหา ทั้งทางบกและทางน้ำ จำนวน 2 จุดคือ จุดดำน้ำหน้าวิวพ้อยรีสอร์ท และ ถ้ำใต้น้ำบริเวณหน้าแหลมตาโต๊ะ

ซึ่งทั้ง 2 จุด อยู่บริเวณใกล้เคียงอ่าวโฉลกบ้านเก่า หมู่ 3 ตำบลเกาะเต่า ซึ่งทีมค้นหาใต้ทะเลตรวจพบเศษกระดูก และชิ้นเนื้อบริเวณอ่าวโฉลกบ้านเก่า ซึ่งตรงข้ามกับเจพีรีสอร์ท และอยู่ห่างจากชายฝั่งประมาณ 400 เมตร ด้วยความลึก 4 ถึง 5 เมตร แต่ไม่พบอุปกรณ์การดำน้ำอย่างอื่นซึ่ง พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า สิ่งที่พบในครั้งนี้ต้องนำหลักฐานที่พบทั้งหมด ส่งต่อศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 เพื่อตรวจสอบหาความชัดเจนต่อไป ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ตอนนี้ว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นของ น.ส.วาเลนติน่า โนวาชเฮโนว่า(Valentina Novozhenova) อายุ 23 ปี สัญชาติรัสเซีย หรือไม่

แห่สัมผัส! ปราสาทหินพันยอด ที่เที่ยวใหม่แห่งท้องทะเลสตูล

768588-01แห่สัมผัสปราสาทหินพันยอด!!  ดินแดนหินดึกดำบรรพ์  กลางทะเล  แหล่งท่องเที่ยวใหม่เชิงอนุรักษ์เม็ดเงินสะพัดนับล้าน จ.สตูล

นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ หลั่งไหลกันมาเที่ยวชมสัมผัสความงดงามของ ปราสาทหินพันยอด ซึ่งเป็นหินดึกดำบรรพ์  450 ล้านปี  ยุคออโดวิเชียน  ในพื้นที่เขาใหญ่  เขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา  ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบจากชาวบ้านในพื้นที่หลังมีการโพสต์ภาพความงดงามในโลกโซเซียล  ต่างได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสความสวยงามไม่เว้นแม้ไม่ใช่วันหยุด

นายสุมาตรา แซะอาหลี ปธ.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  บ้านปากบารา  ต.ปากน้ำ อ.ละงู  จ.สตูล  บอกว่า  หลังการพบแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่  ไม่ห่างจากฝั่งมากนักเพียงนั่งเรือ 20 นาที นักท่องเที่ยวก็จะสามารถสัมผัสความสวยงามของท้องทะเลที่สันสร้างความมหัศจรรย์ ให้ทุกคนได้ตื่นตา

โดยทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์ที่มีการรวมกลุ่มกัน 5 กลุ่ม วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  (บ้านปากบารา , บ้านบ่อเจ็ดลูก, บ้านโตะโล๊ะใส , บ้านหัวทาง และ บ้านท่าพะยอม)  ในพื้นที่ อ.ละงู พร้อมให้บริการ ทั้งเรือประมงพื้นบ้านนำเที่ยว ชูชีพ มัคคุเทศก์ เรือคายัค พร้อมอาหาร ในราคาประหยัด ปลอดภัย และไม่ไกลฝั่ง

ซึ่งทุกวันนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาวันละไม่น้อยกว่า 100 -200 คน โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์  สร้างงาน-รายได้ให้ชุมชนเดือนละไม่น้อยกว่า 500,000 บาท โดยเฉพาะในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านปากบารา  อาหารทะเล ที่พัก รถโดยสาร พร้อมให้บริการกันทั้งหมด  ยังไม่รวมอีก 4 กลุ่ม มีเงินหมุนเวียนไม่น้อยกว่า เดือนละ 3 ล้านบาทเข้าชุมชน โดยหลังจากนี้จะมีการพัฒนาในส่วนของการบริการให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมฝากภาครัฐช่วยโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวใหม่ให้เป็นที่รู้จัก  ก่อนที่จะลงเรือมุ่งหน้าไปเกาะหลีเป๊ะ สามารถเลือกท่องเที่ยว ปราสาทหินเขาพันยอด ชมฟอสซิลความงดงามของหินดึกดำบรรพ์ที่นี่ได้

ฮือฮา! คอหวยแห่ขอเลขเด็ดเจ้าแม่ตะเคียนยักษ์อายุกว่า 500 ปี

769982-01คอหวยทุกสารทิศแห่ร่วมบวงสรวงเจ้าแม่ตะเคียนยักษ์อายุกว่า 500 ปี ที่ จ.ชัยภูมิ พร้อมขอโชคลาศเลขเด็ดเพียบ

ผู้สื่อข่าวได้ติดตามลงพื้นที่ วัดโพธิ์ชัยศรี ม.1 บ้านห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นสถานที่นำต้นตะเคียนยักษ์มาเก็บไว้และพบชาวบ้านห้วยแย้ และ อ.ใกล้เคียงกว่า 1,000 คนที่ได้ยินข่าวการขุดพบต้นตะเคียนยักษ์ หรือเจ้าแม่ตะเคียนทองเกษร ขนาดวัดรอบโคนต้น 10 เมตร ความยาว 16 เมตร หรือ 32 ศอกหลังจากที่ชาวบ้านร่วมกันว่าจ้างรถขุดขึ้นจากลำห้วยยาง และ จ้างรถเครนมายกใส่รถบรรทุกพ่วง 22 ล้อบรรทุกมาไว้ที่วัด

ซึ่งก่อนนี้มีชาวบ้านฝันว่าเจ้าแม่ตะเคียนทองต้นดังกล่าว พร้อมกับน้องๆ อีก 2 ต้นที่อยู่ในลำห้วยเดียวกัน อยากมาอยู่ที่วัดและมีผู้โชคดีถูกหวยรับโชคไปงวดที่ผ่านมา ซึ่งในการจัดพิธีในครั้งนี้ มีชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธาที่ได้โชค ต่างร่วมใจจัดพิธีดังกล่าวขึ้น โดยพระครูใบฎีกาเพชร ขันติธัมโม เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัยศรี นายอนันต์ แจ้งห้วย ผู้ใหญ่บ้านบ้านห้วยแห้หมู่ 1 และชาวบ้านต่างจังหวัดมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก

ในพิธีได้ตั้งเครื่องเซ่นชุดใหญ่มีนางรำมารำบวงสรวง 1 ชุด นอกจากนี้มีผู้ใจบุญและเซียนหวย ต่างนำอาหาร เช่น ขนมจีน น้ำดื่ม ไอศกรีม ขนม มาตั้งโรงทานแจกให้ผู้มาร่วมงาน ขณะที่มีมหกรรมพ่อค้าแม่ค้าเร่นำแผงลอตเตอรี่มาวางขายมากกว่า 50 แผง

เตรียมตัว อากาศร้อนตับแตก !! กทม. อุณหภูมิสูงสุด 38 องศาช่วงกลางวัน

2017-03-13_TopChart_01-768x480กรมอุตุนิยมวิทยาเผย พยากรณ์อากาศ ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน

กรมอุตุนิยมวิทยาเผยลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ซึ่งในช่วงสัปดาห์นี้ ในช่วงวันที่ 12-13 มี.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน ส่วนในช่วงวันที่ 14-18 มี.ค. บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกจะมีพายุฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลงตลอดช่วง โดยมีข้อควรระวัง คือ ในช่วงวันที่ 14-18 มี.ค. ประชาชนที่อาศัยบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงไว้ด้วย

ระทึก! ไฟไหม้ร้านอาหาร วอล์คกิ้งสตรีทพัทยา

770021-01เกิดเหตุไฟไหม้ ร้านอาหารกึ่งผับ ในวอล์คกิ้ง สตรีท พัทยา เสียหาย 3 คูหา- คุมเพลิงได้แล้ว คาด เสียหายกว่า 2 ล้านบาท

วันนี้(15 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุไฟไหม้ร้านอาหารและผับ ชื่อ ร็อคสตรีท เป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 3 คูหา ซึ่งตั้งอยู่ภายในวอล์คกิ้ง สตรีท พัทยา จ.ชลบุรี โดยก่อนหน้านั้น ได้เกิดหม้อแปลงระเบิด หน้าร้านก่อนที่เพลิงจะลุกลามเข้าไปภายในร้าน ลุกไหม้เสียหายทั้ง 3 คูหา และเพลิงยังลุกไหม้อาคารที่ติดกันเสียหายเล็กน้อย ล่าสุด เจ้าหน้าที่ สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบด้านใน ไม่พบว่า มีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต จากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้แต่อย่างใด ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่

ความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ร้านอาหาร บริเวณถนนวอล์คกิ้งสตรีท ย่านพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ด้าน พ.ต.อ.ชัชชพล ภัทรศิริพร ผู้กำกับ สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว พบมีอาคารได้รับความเสียหายรวมทั้งหมด 3 คูหา ประกอบด้วยร้าน Rock Street 2 คูหา และ อีก 1 คูหา คือ สถานให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามหาเจ้าของ คาดว่ามูลค่าความเสียหายน่าจะไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท เบื้องต้นตนพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างตรวจสอบภายในอย่างละเอียด โดยขณะนี้ยังไม่พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตติดค้างอยู่

พายุฝนฤดูร้อนถล่มปทุมธานี พัดหลังคาบ้าน-ต้นไม้เสียหายหนัก

769740-01พายุฝนฤดูร้อนถล่มจังหวัดปทุมธานี พัดหลังคาบ้านและต้นไม้เสียหายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เตรียมลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีพายุฝนฤดูร้อนพัดหลังคาบ้านและต้นไม้เสียหายเป็นจำนวนมาก ที่บริเวณ ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ที่เกิดเหตุพบ นางถวิล พัฒคุ้ม อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่19/2 ม.8 ต.คลองสี่อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมามีฝนตกและพายุมาอย่างแรง พัดหลังคากระเบื้องที่บ้านเสียหายจำนวนหนึ่ง จึงเข้าไปหลบในห้องพอออกมาก็เจอกับหลังคาบ้านพังเสียหาย

ขณะที่ นายสมนึก ตุ้มโหมด อายุ 48 ปี เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนเองไม่อยู่บ้าน แต่พอกลับมาถึงบ้านต้องพบกับสภาพบ้านที่หลังคาพังลงมาเป็นจำนวนมาก ด้าน นางประเทือง วงศ์แจ้ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสี่ กล่าวว่า พายุฝนฤดูร้อนพัดมาทางหมู่ที่ 6 ถึงหมู่ที่ 9 ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ทำให้ต้นไม้ล้มขวางถนน แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้นำออกไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีหลังคาบ้านของประชาชนจำนวน 20 หลังคาเรือนถูกพายุพัดได้รับความเสียหาย

ซึ่งขณะนี้ ตนเองได้ลงมาดูพื้นที่ พร้อมกับให้ความช่วยเหลือประชาชน นอกจากรี้ยังมีท่อน้ำประปาและหลังคากระเบื้องของโรงเรียนวัดเขาย้อย เสียหายจำนวนหนึ่งซึ่ง พรุ่งนี้ทางเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลคลองสี่จะได้ลงมาตรวจสอบความเสียหายพร้อมกับให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกคน