ใจล้วนๆ กู้ชีพเมืองสุรินทร์ หนึ่งชีวิตก็สำคัญ ลืมไปได้เลยกับคำว่า “ลำบาก”

71-696x392 สมาชิกเฟซบุ๊กเพจ “แจ้งข่าวชาวบุรีรัมย์” ได้แชร์ภาพพร้อมข้อความว่า “ด้วยหน้าที่และจรรยาบรรณ” #กู้ชีพโรงพยาบาลสุรินทร์ ออกปฎิบัติหน้าที่ ให้การช่วยเหลือชายผู้สูงอายุ โดยไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก” โดยเป็นภาพของเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลสุรินทร์ 2 คน เป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน กำลังลากรถเข็นซึ่งมีชายสูงอายุนอนอยู่ คาดว่าน่าจะได้รับบาดเจ็บ ออกจากกลางทุ่งนา สภาพที่เต็มไปด้วยความแห้งแล้ง เนื่องจากเส้นทางลำบากไม่สามารถนำรถพยาบาลเข้าไปรับผู้ป่วยได้ เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 คน จึงตัดสินใจนำผู้บาดเจ็บใส่รถเข็นแล้วช่วยกันลากออกไป ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ชายเป็นคนลาก ส่วนเจ้าหน้าที่หญิงคอยถือสายน้ำเกลือเดินตาม หลังภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวโซเชียลเข้ามาชื่นชมการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กู้ชีพเป็นจำนวนมาก โดยไม่หวั่นแม้ว่าจะยากลำบากเพียงใด ขอเพียงช่วยเหลือผู้ป่วยให้ปลอดภัยได้ก็พอแล้ว

หนุ่มยิงฆ่าตัว คาเรือนหอ กรอกปาก ประชดรัก แฟนสาว

201702221435402-20041020134500-1-696x392ว่าที่เจ้าบ่าวเครียด คว้าปืนยาว .22 ยิงกรอกปากตัวเองดับสยองคาเรือนหอ กลางสวนมะพร้าวย่านบางคนที สมุทรสงคราม เผยก่อนหน้านี้มีปากเสียงกับว่าที่เจ้าสาวที่จะแต่งงานอีกไม่กี่วัน กักตัวอยู่ในเรือนหอหลายวัน กระทั่งน้องชายเห็นผิดสังเกต เพราะต้องไปเข้าเวรพนักงานดับเพลิงเทศบาล แต่รอจนช่วงสายยังไม่ออกจากห้อง เข้าไปปลุกก็พบว่ายิงตัวตายกลายเป็นศพไปแล้ว

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 22 ก.พ. ร.ต.อ. เรืองวุธ อิ่มเอม ร้อยเวร สภ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม รับแจ้งเหตุยิงตัวตายในบ้านไม่มีเลขที่ ม.4 ต.กระดังงา จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมพ.ต.ท.ขวัญชัย ด่านปรีชา รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ธนะ แจ่มจันทร์ รอง ผกก.(สอบสวน) นพ.ชนัญช์ แจ่มจิตรตรง แพทย์นิติเวช ร.พ.นภาลัย เจ้าหน้าที่พฐ. และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสรรพราเชน

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูง ปลูกสร้างบริเวณล้งปอกมะพร้าวขาว ภายในบ้านพบศพนายสัญญา นิลเพชร อายุ 44 ปี อยู่ ม.4 ต.กระดังงา พนักงานดับเพลิงเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม อยู่ในชุดวอร์มพนักงานดับเพลิง นอนจมกองเลือดอยู่บนที่นอน พบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 กรอกปาก ใกล้กันพบอาวุธปืนยาวขนาดเดียวกันตกอยู่ เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8 ชั่วโมง

นายเสกสรรค์ นิลเพชร อายุ 36 ปี น้องชายผู้ตายให้การว่า นายสัญญาสร้างบ้านหลังที่เกิดเหตุอยู่ข้างๆ บ้านเดิม เตรียมใช้เป็นเรือนหอแต่งงานกับแฟนสาวซึ่งทำงานที่เดียวกัน แต่ยังไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอน ก่อนหน้านี้เมื่อ 4-5 วันที่ผ่านมา ผู้ตายมีเรื่องทะเลาะกับแฟนสาวคาดว่าเป็นเรื่องหึงหวง ก่อนกลับเข้าไปนอนพักในเรือนหอที่ยังสร้างไม่เสร็จ กระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้ตายต้องไปเข้าเวรดับเพลิงที่เทศบาล แต่จนถึงช่วงสายยังไม่ออกจากบ้านทำให้ผิดสังเกตจึงเข้าไปปลุก ทำให้พบว่ายิงตัวเองเสียชีวิตไปแล้ว

เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ตายที่จะแต่งงาน แต่เกิดมีปัญหาทะเลาะรุนแรงกับว่าที่เจ้าสาว กระทั่งวันนี้ต้องไปเข้าเวรดับเพลิงจะต้องไปเจอหน้าแฟนสาว คาดว่าเกิดอาการเครียดจึงคิดสั้นยิงตัวเองเสียชีวิตเบื้องต้นส่งศพไปชันสูตรที่ศูนย์นิติเวช ร.พ.ราชบุรี และจะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

แชร์ว่อน คลิปแฉหนุ่มอันตรายล่อลวงเด็กประถม กอดจูบ ทำอนาจาร

kuryed-1-696x403-1โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Ken Kae ซึ่งได้นำคลิปวงจรปิดจากบริเวณหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ทำให้เห็นภาพน่าตกใจ โดยพบว่า ชายคนหนึ่งได้ยืนช่วยตัวเองอยู่ข้างรถกระบะ จากนั้น เมื่อมีเด็กประถม 2 คนเดินผ่านมา ชายคนดังกล่าวทำลักษณะเหมือนเรียกให้ดูอะไรบางอย่าง เด็กจึงเดินเข้ามาดูที่บริเวณกระบะท้ายรถ ซึ่งชายคนนี้ตรงเข้าจับตัว ลูบหัว และหอม จากนั้น ได้เรียกเด็กเดินมาข้างรถ เหมือนจะให้ดูอะไรบางอย่าง และล็อกตัวเด็กหญิงคนหนึ่งไว้ มีการจับลูบตัว และกอดจากด้านหลัง จนสุดท้ายเด็กสะบัดหลุด และพยายามวิ่งหนีไป และพากันวิ่งย้อนกลับไปทางโรงเรียน ชายคนดังกล่าวจึงได้ขึ้นรถและขับออกไป

โดยผู้โพสต์ ได้ระบุว่า ” “ช่วยกันแชร์กันหน่อยนะครับ” กระทำอนาจาร ต่อหน้านักเรียน ท้องที่ สน.มีนบุรี √√คนร้ายมาจอดรถตรงทางเข้า ตลาดน้ำขวัญเรียมอ่ะ ไม่แน่ใจว่าตรงไหน แล้วลงมาจากรถ ทำอนาจารอย่างที่เห็น เหมือนน้องเด้กนักเรียนจะไปบอกครูอ่ะ ครูเลยมาดูกล้อง เลยเห็นภาพตามนี้เลย  บุคคลอันตราย ช่วยกันนะครับ”

“ต้น ..รถเป็นอะไรอ่ะ!” ดูชัดๆ เปิดภาพปัจจุบัน นักแสดงโฆษณาน้ำมันไดเกียวในตำนาน

774100010202033001000-696x392ถือว่าเป็นโฆษณาในตำนานทีเดียว สำหรับโฆษณาน้ำมันเครื่องไดเกียว กับวลีเด็ด “ใช้แล้วเครื่องฟิต สตาร์ทติดง่าย” ที่แม้กระทั่งทุกวันนี้ยังมีการฉายโฆษณาชุดนี้อย่างต่อเนื่อง ทำเอาหลายคนสงสัยว่า บรรดานักแสดงที่อยู่ในโฆษณาชุดนี้ ปัจจุบันเป็นอย่างไรกันบ้าง

จากกระทู้พันทิป “ปัจจุบันผู้ที่แสดงในโฆษณาน้ำมันเครื่องไดเกียว อยู่ที่ไหน และทำงานอะไร พวกเขาคือไอดอลของโฆษณาทีวีเมืองไทย” ที่มีผู้สงสัยมาตั้งคำถาม ก็มีเพื่อนๆ ของนักแสดงในโฆษณามาให้คำตอบกันจำนวนไม่น้อย.

โดยสาวเสื้อขาวที่เป็นคนถามหนุ่มต้นว่ารถเป็นอะไร ปัจจุบันทำงานเป็นผู้จัดการส่วนตัวของดาราสาว เก๋ ชลลดา ส่วนหนุ่มต้นที่รถเสีย ปัจจุบันมีครอบครัวแล้ว มีลูกชายและลูกสาวอย่างละคน ขณะที่สาวเสื้อเหลืองในโฆษณา รับราชการอยู่ที่กองบัญชาการกองทัพไทย

ขอบคุณที่มา ปัจจุบันผู้ที่แสดงในโฆษณาน้ำมันเครื่องไดเกียว อยู่ที่ไหน และทำงานอะไร พวกเขาคือไอดอลของโฆษณาทีวีเมืองไทย

เปิดใจนางรำพิการ “น้องอุ้มบุญ” สาวประเภทสองคนดังจากคลิปล้านวิว!

IMG_4338-696x457จากกรณีแฟนเพจเฟสบุ๊ค “มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ The Redemptorist Foundation for PWDs” ได้เผยแพร่คลิปวีดิโอ ที่มีสาวประเพศสองผู้พิการแต่สามารถฟ้อนรำได้อย่างอ่อนช้อยสวยงาม ทำให้มียอดผู้เข้าชมถึงหนึ่งล้านครั้ง และมีผู้คนแห่แชร์ให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก

ข่าวสดออนไลน์ได้เดินทางไปพูดคุยเปิดใจกับ นายอุ้มบุญ หมายเขา หรือน้องอุ้ม วัย 17 ปี สาวประเภทสองที่พิการมาตั้งแต่กำเนิดแต่มากด้วยความสามารถกันถึงที่มูลนิธิคุณพ่อเรย์ จ.ชลบุรี เมื่อไปถึงก็พบกับรอยยิ้มสดใสและความอารมณ์ดีของน้องอุ้มบุญ ที่ยิ้มทักทายให้กับทีมข่าวสดออนไลน์มาแต่ไกล เราได้สอบถามถึงคลิปวิดีโอดังกล่าวที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ เป็นที่ชื่นชมถูกอกถูกใจของผู้ที่เข้าไปดู

น้องอุ้มบุญได้เปิดเผยว่า หลังจากที่คริปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปตนรู้สึกดีใจมากๆไม่คิดไม่ฝัน ว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและดีใจที่คนในสังคมได้ให้โอกาสและมองเห็นความสามารถของคนพิการ สำหรับการแสดงฟ้อนรำในคลิปนั้น ตนได้แต่งกายเป็นนางรำหญิง เพลงที่ใช้รำคือเพลง “เปิดวงโปงลาง” รำในพิธีเปิดกิจกรรมค่ายผูกสัมพันธ์สานฝันเด็กพิการครั้งที่ 9 โดยมูลนิธิศูนย์มิตรภาพมนุษย์ล้อเอเชีย

จุดเริ่มต้นที่มาเป็นนางรำน้องอุ้มบุญ เล่าว่า ตอนนั้นเห็นคนอื่นรำเลยคิดอยากรำบ้าง แต่ตอนนั้นความพิการเป็นปัญหา แต่ทางโรงเรียนเห็นว่าเราอยากมีความสามารถในด้านนี้ อาจารย์ก็เลยสอนให้และได้รำมาตั้งแต่ชั้นป.4 ที่โรงเรียนบ้านกระบี่ จังหวัดศรีสะเกษ ช่วงแรกที่ฝึกก็ยากพอสมควร แต่เมื่อฝึกจนชำนาญก็เป็นเรื่องง่าย เพราะมีความชื่นชอบและรักในการรำไทย และต้องการอนุรักษ์ในวัฒนธรรมของภาคอีสาน เพราะตนเป็นคนจังหวัดศรีสะเกษ ส่วนในเรื่องเครื่องแต่งกายและการแต่งหน้าทำผมตนก็เป็นคนจัดการด้วยตัวเองทั้งหมด

น้องอุ้มบุญยังบอกอีกว่า ถึงแม้จะมีร่างกายพิการแต่นั่นไม่ใช่อุปสรรค สามารถใส่อรรถรสในการรำได้เหมือนนางรำทั่วไป ตนสามารถรำได้อย่างคนปกติรำกันถึงจะไม่สมบูรณ์แบบมากนัก แต่ก็ทำได้อย่างเต็มที่

ความสามารถของน้องอุ้มบุญไม่เพียงแต่สามารถรำไทยได้อย่างสวยงามเท่านั้น แต่ยังมีความสามารถอื่นๆอีกมากมาย อย่างเช่น การประกวดเล่านิทาน ที่ถึงขั้นได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศมาเลยทีเดียว อีกหนึ่งความสามารถคือการร้องเพลง ที่ไปประกวดจนได้รับรางวัลในหลายๆเวที

เมื่อถามถึงความใฝ่ฝันในอนาคต น้องอุ้มบุญมีความฝันที่อยากจะมีธุรกิจและเว็บไซต์เป็นของตนเอง เพราะตนเรียนมาทางด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ การเขียนโปรแกรมและเว็บไซต์ และหากสังคมเปิดกว้างมากกว่านี้ตนอยากเข้าไปทำงานในวงการบันเทิงและอยากเป็นนักแสดงของทิฟฟานี่ เพราะชอบพูดและกล้าที่จะแสดงออก

โดยน้องอุ้มบุญได้ปิดท้ายด้วยการโชว์ฟ้อนรำและร้องเพลงหมอลำ ให้กับทางข่าวสดออนไลน์ได้ชม และทิ้งท้ายว่า “อยากให้คนในสังคมมีทัศคติที่ดีและไม่ดูถูกคนพิการ อยากให้มองเห็นถึงความสามารถของคนพิการเป็นหลัก และเปิดโอกาสให้กับคนพิการได้ออกมาใช้ชีวิตในสังคมได้ปกติ โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดสิ่งอานวยความสะดวก รถไฟฟ้า สะพายลอยติดลิฟต์สาหรับคนพิการโดยเฉพาะสะพานลอยที่อยู่หน้ามูลนิธิฯ พัทยา”

หากใครสนใจอยากติดต่องานแสดงสามารถติดต่อเข้ามาได้ทางแฟนเพจเฟสบุ๊คของมูลนิธิคุณพ่อเรย์ หรือ อ.โล 09-1876-0086 , ต้อม 08-1562-9541

หมอจุฬาฯช่วยเต่ากินเหรียญ พบอาการปล่อยตัวเองจมน้ำ ซีทีสแกนเจอก้อนโลหะ ปล่อยไว้ลำพังตายทรมาน

p0104230260p1-696x547สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า แรกเริ่มที่พบเต่าตัวดังกล่าว มีอาการ นิ่งเฉย ปล่อยตัวเองจมน้ำ และขาซ้ายไม่ขยับ จึงทำซีทีสแกนดูจนพบก้อนโลหะ ซึ่งมีลักษณะเป็นเหรียญเงินหลายเหรียญกว้างกว่า 20 ซ.ม. จับตัวกันเป็นก้อนพังผืด อยู่ใกล้กระเพาะอาหาร ยังไม่แน่ใจว่าสารโลหะจะทำให้กระเพาะทะลุด้วยหรือไม่ และยังมีเบ็ดตกปลา ติดอยู่ด้วย ลักษณะนี้จึงปรึกษากับทีมแพทย์เต่าเฉพาะทางกับแพทย์รังสี ซึ่งเห็นพ้องต้องกันว่าต้องผ่าตัดคิดว่ายังพอมีโอกาสรอดมากกว่าปล่อยไว้ลำพัง ซึ่งจะตายอย่างทรมาน

สพ.ญ.ดร.นันทริกา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ในส่วนของการเตรียมการผ่าตัด จะใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ เพื่อให้เต่ามีร่างกายที่แข็งแรงขึ้นพร้อมทนกับยาสลบ ขณะนี้กำลังตรวจเลือดเพื่อดูว่ามีสารโลหะหนักตกค้างในเลือดมากน้อยแค่ไหน ซึ่งต้องถ่ายเลือดก่อน เนื่องจากเลือดจะเป็นพิษได้

“อยากฝากไปถึงวัดหรือสถานเลี้ยงสัตว์ต่างๆ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชม โดยเฉพาะสัตว์น้ำและสัตว์เลื้อยคลาน เพราะที่ผ่านมาเจอกรณีเหรียญอยู่ในท้องปลา จระเข้ ฮิปโป เต่า ปลากระเบน เกินกว่า 20 ครั้ง ซึ่งถือเป็นความทุกข์ทรมานของสัตว์ในการกินเหรียญที่คนโยนลงไปในบ่อ แทนที่จะได้บุญกลับเป็นบาปแทนจากความเชื่อผิดๆ อยากให้การเปลี่ยนจากการโยนเหรียญลงบ่อสัตว์เป็นใส่ตู้บริจาคแทน” สพ.ญ.ดร.นันทริกากล่าว

พ่อผัวสุดทน! โพสต์คลิปแฉลูกสะใภ้กินยาทำแท้งแล้วเอาศพทารกทิ้งถังขยะ อ้างกลัวไม่มีคนเลี้ยงลูก

9895119549849-768x432เมื่อวันที่ 21 ก.พ. นายฐาปนพงศ์ พิมพ์สุภาพร อายุ 48 ปี ได้โพสต์คลิปและภาพในเฟซบุ๊ค Tapanapong Nui Pk Pimsupaporn เป็นคลิปวิดีโอหญิงสาวคนหนึ่งนำถุงขนาดใหญ่ไปทิ้งถังขยะ พร้อมข้อความระบุว่า “ที่นี่…คู้บอน บุญน้อยเหลือเกินหลานปู่อีกใม่กี่วันจะลืมตาดูโลกอยู่แล้ว ท้อง 8 เดือนแล้วมึงยังทำได้ ตอนนี้เรื่องถึงตำรวจแล้ว คดีอยู่ที่ สน.คันนายาว ขอให้คุณได้รับผลกรรมที่คุณทำไว้ จิตใจมึงช่างโหดมาก รีดเขาออกมาแล้วยังยัดชักโครกอีก ยัดไม่ลงเอามาทิ้งขยะปิดบังอำพรางศพอีก มึงไม่น่ารอดเรย #กูจะทำทุกวิถีทางให้มึงรับกรรมที่มึงทำ แชร์วนไปให้มันรับกรรมในสิ่งที่มันทำไวไว”

นายฐาปนพงศ์ ให้สัมภาษณ์ ข่าวสดออนไลน์ ว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ลูกสะใภ้ของตน ซื้อยาทำแท้งมาจากทางอินเตอร์เน็ต มาเหน็บเมื่อเย็นวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา และพยายามนำทารกที่หลุดออกมา กดลงชักโครกแต่ไม่สำเร็จ ทำให้ในช่วงเช้าวันที่ 19 ก.พ. ลูกสะใภ้ของตนจึงนำศพทารกไปทิ้งถังขยะ โดยที่กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้

“หลังก่อเหตุดังกล่าวแล้ว ลูกสะใภ้กลับไปนอนตามปกติ จนกระทั่งช่วงเย็นลูกสะใภ้มีอาการตกเลือดมาก จนเพื่อนๆของเขาต้องนำส่งร.พ.นวมินทร์ 1 ซึ่งตอนแรกพวกเพื่อนเขาเข้าใจว่าแท้งลูก แต่เมื่อแจ้งที่โรงพยาบาลกลับพบว่าไม่มีตัวทารก จึงสอบถามลูกสะใภ้จนได้ความว่า ไปสั่งซื้อยาทำแท้งมาจากอินเตอร์เน็ตในราคา 5,000 บาท แล้วลงมือทำเรื่องดังกล่าว โดยเพื่อนเขาบอกผมว่าก่อนลงมือ เขาให้เพื่อนซื้อกรรไกร ถุงพลาสติก สำลี และแอลกอฮอลมาให้ หลังเกิดเหตุตนจึงไปแจ้งความที่สน.คันนายาว เพื่อให้ดำเนินคดีกับลูกสะใภ้”นายฐาปนพงศ์กล่าว

“เขาไม่บอกผมว่าทำไปเพราะอะไร แต่เท่าที่ทราบจากเพื่อนของเขา เขาบอกว่าไม่อยากให้เด็กออกมากลัวไม่มีใครเลี้ยง ไม่มีใครสนใจ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงคิดอย่างนี้ ทั้งๆที่ตนก็ส่งเงินเลี้ยงดูเสมอมา”นายฐาปนพงศ์กล่าวและว่า ในส่วนลูกชายของตนขณะนี้ถูกฝากขังในเรือนจำ ตนยังไม่กล้าบอกเขาถึงเรื่องดังกล่าว เพราะกลัวเขาจะเสียใจ เนื่องจากวันก่อนเกิดเหตุเขาเพิ่งเขียนจดหมายมาถึงตน และลูกเขาว่าอยากออกไปเลี้ยงลูก ทั้งนี้เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสอบปากคำเขาแล้ว โดยเขาให้การว่าเป็นการแท้งลูกเอง

ฟิล์ม รัฐภูมิ ยอมรับผิดทำธุรกิจอีมันนี่ ยังไม่ขออนุญาตให้ถูกต้อง แจงจะเร่งแก้ปัญหา

fffkjtitled-1-768x445ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา ธปท.ได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัท เพย์ออล กรุ๊ป จำกัด ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช.ในความผิดตามกฎหมาย 2 ฉบับ เนื่องจากบริษัทดังกล่าวประกอบธุรกิจให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-มันนี่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางการ

ทั้งนี้ ธปท.ได้ตรวจพบว่า บริษัท เพย์ออล กรุ๊ป ให้บริการแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ ภายใต้ชื่อ เพย์ออล โดยให้ผู้ใช้บริการสมัครเป็นสมาชิกในแอปพลิเคชั่น และเติมเงินล่วงหน้าเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำอี-มันนี่ไปใช้ในการชำระค่าสินค้าหรือบริการจากร้านค้าต่าง ๆ ที่กำหนด แต่ไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ประกอบพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชาระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ประกอบประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ถือมีความผิดและมีโทษตามกฎหมาย

โดยเมื่อคืนวันที่ 21 ก.พ. หนุ่ม “ฟิล์ม” รัฐภูมิ ได้ทำคลิปวิดีโอเพื่อแจกแจงถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยระบุว่า ยอมรับผิดในกรณีดังกล่าว และขอโทษในกรณีดังกล่าว โดยยิืนยันว่า จะเร่งดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมา ได้เดินธุรกิจก่อนที่จะได้รับใบอนุญาต แม้ว่าตนจะละเอียดมากแล้ว แต่ก็ยังไม่มากพอ เพราะธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจที่ใหม่มากๆ โดยจะเร่งแก้ไขดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย

เปิดที่มาชุดพันล้านสุดอลังการ “มหาลดาปสาธน์” ในงานทอดกฐิน วัดพระธรรมกาย

ttttled-1-768x445จากที่ ศศินา วิมุตตานนท์ ผู้ประกาศข่าวช่อง 7 ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก Sasina Wimuttanon พร้อมได้โพสต์คลิป “คำถามถึงชาวพุทธที่ไม่ใช่ธรรมกาย” โดยระบุว่า “ไม่ได้ว่าใคร อย่าร้อนตัวนะคะ พูดตามความเป็นจริง คนบุญในตัวไม่พอ ไม่ได้ดู ไม่เข้าใจหรอก ทำไมเราจึงรักและศรัทธาในวิถีของวัดพระธรรมกาย บุญใครทำใครได้ บาปก็เช่นกันค่ะ โดย “ศศินา” เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้สวมชุดมหาลดาปสาธน์ ประจำปี พ.ศ.2550

โดยชุดดังกล่าวนั้น วัดพระธรรมกาย ได้ระบุว่า เป็นการสร้างเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์จำลองเพื่อสาธิตให้ประชาชนได้เห็นอานิสงส์การถวายผ้าไตรจีวรในวันทอดกฐิน เป็นพุทธศิลป์ที่งดงาม โดยทางวัดพระธรรมกายจะกำหนดให้ญาติโยมที่มาวัดใส่ชุดสีขาวเหมือนๆกัน เพื่อความเรียบง่ายไม่ประดับประดาหรือแต่งมาอวดกัน เสมอภาคเหมือนกันทุกฐานะชนชั้นซึ่งทำมาตั้งแต่สร้างวัด

ส่วนเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ไม่ใช่ชุดที่จะใส่มาวัด แต่สาธิตให้ญาติโยมได้เห็นเพื่อเป็นกำลังใจในการทำความดีและเมื่ออ่านเจอเรื่องราวของเครื่องประดับนี้ในคัมภีร์อรรถกถาธรรมบทจะได้นึกภาพออกโดยง่าย ทั้งนี้ ยังระบุอีกว่า ผู้ที่จะใช้เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ซึ่งมีน้ำหนักมากนี้ได้ นอกจากมีทรัพย์มากแล้ว ยังต้องมีบุญด้วย เหมือนนางวิสาขาที่มีกำลังเท่ากับช้าง 5 เชือก

ทั้งนี้ สำหรับประวัติ ของ “มหาลดาปสาธน์” เป็นเครื่องประดับชุดแต่งงานของสาวชาวอินเดีย ซึ่งสวมคู่กับส่าหรี โดยสวมตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ตรงศีรษะก็ทำเป็นรูปนกยูงไว้ตัวนึง ซึ่งส่วนประกอบก็เต็มไปด้วยของมีค่ามากมาย ในสมัยพุทธกาลมีผู้ครอบครองมหาลดาปสาธน์ 3 คน คือ นางวิสาขา พระนางมัลลิกา และลูกเศรษฐี ณ พาราณาสี

โดยมหาลดาปสาธน์ของนางวิสาขานั้น ธนญชัยเศรษฐี (บิดา) สั่งให้ช่างทองและช่างออกแบบทำเครื่องประดับโดยใช้ทองคำ 1,000 แห่ง เพชร 4 ทะนาน แก้วมุกดา 11 ทะนาน แก้วประพาฬ 20 ทะนาน แก้วมณี 33 ทะนาน และใช้เงินจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้ พบว่า วัดพระธรรมกาย ได้เริ่มพิธีการสวมชุดมหาลดาปสาธน์ ตั้งแต่ปี 2548 ในพิธีทอดกฐิน ซึ่งเป็นที่ฮือฮาอย่างมาก และบรรดาลูกศิษย์ต่างอยากได้เป็นผู้สวมใส่ชุดดังกล่าว

ธรรมกายระดมสู้ ส่อเดือด สั่ง14พระรายงานตัว บี้หนักธัมมชโย-พวก ขีดเส้นให้ออกจากวัด ปจ.จ่อบุก-ศิษย์ฮือต้านตึงเครียด-มีปะทะกัน

p0102200260p1-768x539ดีเอสไอรุกหนัก “ธรรมกาย”อาศัยคำสั่งคสช.เรียกตัว”ธัมมชโย” พระสงฆ์รวม14 รูปเข้ามารายงานตัว พร้อม ปรับแผนเข้าตรวจค้นให้เข้มข้นขึ้น ออกคำสั่งขีดเส้นให้พระ และประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ภายในวัด แล้วให้มารายงานตัว ส่งผลสถานการณ์ตึงเครียดตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงค่ำ ฝ่ายลูกศิษย์สั่งระดมยึดพื้นที่ประตู 5 และ 6 ขณะที่เจ้าหน้าที่เคลื่อนกำลังปราบจลาจลจะเข้าเคลียร์พื้นที่ จนเผชิญหน้า กระทบกระเทือน ปะทะกัน สุดท้ายประเมินสถานการณ์แล้ว ฝ่ายเจ้าหน้าที่ยอมถอยกำลังออกมา และคาดว่ามีลูกศิษย์อยู่ในพื้นที่วัดประมาณ 10,000 คน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ บก.ตชด.ภาค 1 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภาค 1 และ พล.ต.พัลลภ เฟื่องฟู ผบ.กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ร่วมประชุมประเมินสถานการณ์ ปรับแผนการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย และพื้นที่ควบคุมตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามมาตรา 44 เพื่อจับกุมพระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธัมมชโย) อดีตเจ้าอาวาสวัด ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฟอกเงินและรับของโจร

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า จากการตรวจค้นดำเนินมา 3 วันแล้วนั้น ดังนั้นเพื่อให้การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิ ภาพ และสามารถคืนพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว จึง แถลงดังต่อไปนี้ 1.ให้พระภิกษุสามเณรและประชาชนที่มิได้มีที่อยู่ในวัดพระธรรมกายออกจากพื้นที่ภายในเวลา 15.00 น. วันที่ 19 ก.พ.นี้ เดินทางออกได้ทุกประตู จะจัดเจ้าหน้าที่และยานพาหนะอำนวยความสะดวก 2.ให้พระภิกษุสามเณรและประชาชนซึ่งมีที่อยู่ในบริเวณที่ดังกล่าว มารายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เต็นท์ที่พักบริเวณประตู 6 โดยเจ้าหน้าที่สำนัก งานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะตรวจสอบหนังสือสำคัญของพระภิกษุ หรือใบสุทธิ และพนักงานเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบบัตรประจำ ตัวประชาชน และลงทะเบียน

ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่ปากทางเข้าคลองแอน 2 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายหลายพันคนฝ่ากำแพงแนวกั้นของทางเจ้าหน้าที่เข้ามาบริเวณประตู 5 ประตู 6 จากนั้น พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภาค 1 เดินทางมาเจรจา ลูกศิษย์วิ่งออกมาทำเป็นกำแพงมนุษย์กันเจ้าหน้าที่ และกระทบกระทั่งกัน ภายหลังการเจรจากัน ทางวัดยื่นข้อเสนอขอใช้พื้นที่ภายในวัดเท่านั้น ก่อนสถานการณ์เริ่มคลี่ คลาย ทางตำรวจอยู่ระหว่างประสานผู้บังคับบัญชาถึงข้อเรียกร้องดังกล่าว

ถัดมาเวลา 14.00 น. บริเวณประตู 5 และ 6 ตำรวจควบคุมฝูงชน 3 กองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย โดยมีกลุ่มลูกศิษย์และพระสงฆ์จำนวนมากประจันหน้ากัน สถานการณ์ค่อนข้างตึงเครียด จากนั้นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอนำป้ายประกาศหมายจับพระธัมมชโยมาติดบริเวณข้างเต็นท์ ส่งผลให้สถานการณ์เคร่งเครียดขึ้นไปอีก กระทั่งเวลา 15.00 น. หลังจากครบกำหนดเวลาที่ดีเอสไอขีดเส้นให้พระสงฆ์และลูกศิษย์ออกจากพื้นที่วัด ปรากฏว่ามีพระสงฆ์กรูกันมาที่บริเวณประตู 5 โดยบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าจะสวดมนต์