ภาพ3มิติพระเมรุมาศ-กรมศิลป์เปิดโชว์ ราชพิธีฯ สตมวาร งดถวาย สักการะ 20-21มค.

p0101190160p1-696x440กรมศิลป์เปิดภาพ 3 มิติพระเมรุมาศ เผยเสร็จแล้ว70 เปอร์เซ็นต์ ก่อนเสนอที่ประชุมร่วมสำนักสถาปัตยกรรม-สำนักช่างสิบหมู่หารืออีกครั้ง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร ครบ 100 วัน พระบรมศพ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” วันที่ 20-21 ม.ค.นี้ โดยสำนักพระราชวังงดเข้าถวาย สักการะพระบรมศพ ปิดการจำหน่ายบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวังเป็นเวลา 2 วัน

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินเป็นวันที่ 97 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชา นุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐ วิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพเป็นวันที่ 43

โดยเวลา 07.00 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการมูลนิธิ เพื่อการพัฒนาการประกอบการธุรกิจและอุตสาหกรรม เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ โดยมีมูลนิธิ ภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐร่วมเป็นเจ้าภาพ

จากนั้นเวลา 10.00 น. นายซัรตัจญ์ อะซีซ ที่ปรึกษานายกฯ ด้านการต่างประเทศ สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ในฐานะผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดี เดินทางมาวาง พวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

ต่อมาเวลา 10.30 น. นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ ที่ปรึกษาสมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย และประธานมูลนิธิพัฒนาข้าราชการ เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ร่วมกับสมาคมและองค์การต่างๆ

ถัดมาเวลา 16.30 น. พล.อ.ชูศิลป์ คุณาไทย เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ โดยมีมูลนิธิและภาคเอกชนต่างๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพ

จากนั้นเวลา 19.00 น. นายพรเทพ พรประภา เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พร้อมภาคเอกชนจากบริษัทต่างๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพ

สำหรับบรรยากาศเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ประชาชนจากทุกสารทิศยังคงหลั่งไหลเข้ามาถวายสักการะอย่างไม่ขาดสายตั้งแต่ช่วงเช้ามืดจนถึงช่วงค่ำ

แห่กราบไหว้กล้วยประหลาด เชื่อ ‘แม่ตานี’ ให้โชค-เลขเด็ด

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่บริเวณศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่ของเกษตรกร ที่ท้ายหมู่บ้านหนองประเสริฐ หมู่ 5 ต.ทับกุง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ได้มีชาวแห่มาขอหวยกับต้นกล้วยตีบ หรือ กล้วยตานีป่า ที่ปลูกอยู่ข้างสระน้ำ โดยต้นกล้วยประหลาดออกลูกมา 5 หวี และมี 5 ปลี ที่อยู่ในเครือกล้วยเดียวกันสร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ต่างพากันมาดูความแปลกประหลาด

โดยความเชื่อของคนอีสานว่า แม่ตานีจะมาให้โชคลาภ ชาวบ้านส่วนใหญ่นำผ้า 7 สีมาผูกพร้อมกับแต่งขันธ์ 5 และจุดธูปบอกกล่าวขอโชคลาภกับแม่ตานีนอกจากนี้ ด.ช.นัทธกรณ์ ศรีพะลาน หรือ น้องไอซ์ อายุ 6 ขวบ นักเรียนชั้นป.1 จิตรกรน้อย เด็กอัจฉริยะวาดภาพพุทธประวัติสวยงามที่เป็นข่าวโด่งดังและอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ได้รับเป็นศิษย์ ก็ได้เดินทางมาดูกล้วยประหลาดพร้อมกับผู้ปกครองด้วย ชาวบ้านได้ให้ น้องไอซ์ นับกล้วยประหลาด ที่มี 5 หวี มีลูก 22 ลูก และปลีอีก 5 ปลี ทุกคนจึงพากันตีเป็นเลขเด็ดและตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้มีโชคลาภกันทั่วหน้า

ด้านนายอุทัย หัตถปนิตย์ อายุ 51 ปี เปิดเผยว่า ตนได้มาซื้อที่ดินบริเวณนี้เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ทำนาปลูกข้าวและทำเกษตรผสมสาน ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพ่อหลวง ก่อนหน้านี้ตนได้นอนพักผ่อนอยู่ในศูนย์เรียนรู้ฯ ที่กำลังสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ในตอนกลางวันก็ได้ฝันเห็นผู้หญิงสวยงามแต่งชุดไทยสีเขียว มายืนอยู่ข้างสระน้ำ ใกล้กับต้นกล้วยจากนั้นตนก็ได้สอบถามหญิงคนดังกล่าวในความฝัน มาทำอะไรบริเวณแถวนี้ ซึ่งหญิงสวมชุดไทยสีเขียวบอกกับตนว่า จะมาให้โชคลาภแก่ชาวบ้านและสร้างความเจริญให้สถานที่แห่งนี้ แล้วก็หายตัวไป ตนก็เลยสะดุ้งตื่นขึ้นมาจึงได้เดินไปดูปรากฏว่าเห็นต้นกล้วยประหลาด จึงได้ไปเล่าให้ชาวบ้านฟังก่อนพากันมากราบไหว้ขอเลขเด็ดจำนวนมาก

ครอบครัวสหวงษ์ เตรียมทำบุญครบรอบ 1 ปี “ปอ ทฤษฎี” เผยแฟนคลับยังมาเยี่ยมเสมอ

her5ged-1-696x403

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 60 โดยบรรยากาศภายในวัดธรรมธีราราม หรือ วัดป่าหลังโรงเลื่อย พระภิกษุสงฆ์ สามเณร มัคคทายก และลูกศิษย์วัด พร้อมด้วย ประชาชนทั่วไป ได้เร่งช่วยกันจัดตกแต่งสถานที่ และทำความสะอาดโดยรอบเจดีย์เก็บอัฐิ ของปอ ทฤษฏี รวมถึงภายในบริเวณศาลยอดเมืองเจริญ หน้าฌาปนสถาน ข้างเจดีย์ บรรจุอัฐิ “ปอ ทฤษฎี” ภายในวัดธรรมธีราราม เพื่อเตรียมประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ทำบุญครบรอบ 1 ปี กับการเสียชีวิต “ปอ ทฤษฎี สหวงษ์” พระเอกหนุ่ม ดารานักแสดงชื่อดัง

สำหรับกำหนดการ พิธีจะเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. พระสงฆ์สวดมาติกาบังสุกุล เวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารเพลแต่พระสงฆ์ สามเณร 39 รูป ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม สังฆทาน รับพร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ “ปอ ทฤษฎี” เป็นเสร็จพิธี ส่วนสถานที่ในการรองรับประชาชน รวมถึงบรรดาแฟนคลับที่จะมาร่วมงาน ก็มีทั้งภายในศาลายอดเมืองเจริญ ที่สามารถจุดคนได้ประมาณ 1,000 คน ได้มีการจัดเตรียมเก้าอี้กว่า 1,000 ตัว และพัดลมกว่า 20 ตัว ตั้งกระจายตามเต็นท์เพื่อคลายร้อนให้กับผู้มาร่วมพิธีด้วย ซึ่งกลุ่มแฟนคลับได้แสดงความจำนงมาขอตั้งโรงทานร่วมด้วย

นายธีระวัฒน์ เกษมสุข มัคคทายก วัดธรรมธีราราม กล่าวว่า ผศ.สงวน สหวงษ์ บิดา ของ “ปอ ทฤษฎี” ได้มาดูพื้นที่การจัดงานแล้วหลายครั้ง เพื่อให้งานเป็นไปอย่างเรียบร้อย ซึ่งยังคาดไม่ได้ว่าจะมีแฟนคลับมามากน้อยแค่ไหน เบื้องต้น คาดว่าจะมีคนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก เนื่องจากปกติในทุกสัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีประชาชน รวมทั้งแฟนคลับของ “ปอ ทฤษฎี” ทั้งในจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดใกล้เคียง จากทั่วประเทศ รวมถึงจากต่างประเทศ เดินทางมาถ่ายรูปกับเจดีย์บรรจุอัฐิ ปอ เพื่อระลึกถึงพระเอกในดวงใจ และความดีที่ ปอ ได้กระทำไว้ครั้งมีชีวิตอยู่ ซึ่งทุกคนที่มากราบไหว้ และถ่ายรูปกับเจดีย์ ปอ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกเสียดายพระเอกภูธร อย่างปอ ทฤษฏี

เปิดตัว‘นิสสัน โน๊ต ใหม่’อีโคคาร์ 5 ประตูสุดสวย+ไฮเทคเกินตัว

Untitledสิ้นสุดการรอคอยเสียทีเมื่อนิสสัน เจ้าพ่อรถอีโคคาร์เมืองไทย เปิดตัว‘โน๊ต’ คอมแพค แฮทช์แบค 5 ประตู รุ่นใหม่ชูจุเเด่นใส่เทคโนโลยีความปลอดภัยล้นคัน และหลายระบบเป็นครั้งแรกของรถอีโคคาร์ในเมืองไทยด้วย

ภายนอกออกแบบได้ลงตัวด้วยกระจังหน้าแบบ V-Motion เอกลักษณ์การออกแบบภายใต้เอกสิทธิ์ของนิสสัน และช่องกันชนด้านล่างแบบโครเมียม โคมไฟหน้าแบบ LED โปรเจคเตอร์ พร้อม LED Signature Light ไฟตัดหมอกคู่หน้า โดยไฟหน้าสามารถปรับระดับสูงต่ำได้ เส้นสายด้านข้าง ไม่เพียงแต่ช่วยให้ดูสวยงาม สปอร์ต พลิ้วไหว ยังได้รับการออกแบบให้มีหลักอากาศพลศาสตร์ที่ดีเยี่ยม โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (CD) ต่ำสุดเพียง 0.30 ช่วยให้รถทรงตัวดี ลดเสียงรบกวน และประหยัดเชื้อเพลิง

มือจับประตู โครเมียม เพิ่มความหรูหรา กระจกข้างสีเดียวกับตัวรถ พับและปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมติดตั้งไฟเลี้ยวบนฝาครอบกระจก ดูสวยงามและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน ด้านหลังติดตั้งสปอยเลอร์ ให้ทั้งมุมมองสปอร์ตและเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ (รุ่น VL) ไฟท้าย LED แบบ Signature รูปทรงบูมเมอแรง ดูโฉบเฉี่ยวมีเอกลักษณ์ พร้อมไฟเบรกแบบ LED

ภายในออกแบบให้ภายในมีความกว้างขวาง สวยงาม พร้อมสรรพด้วยอุปกรณ์ทันสมัย มากด้วยประโยชน์ใช้สอย ที่ติดตั้งมาภายในรถอย่างครบครัน เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง ใช้โทนสีดำ และแตกต่างด้วยวัสดุสีเงิน เช่น หัวเกียร์ ฐานเกียร์ ส่วนวัสดุตกแต่งคอนโซลกลางสีเปียโน แบล็ค ซึ่งทั้งหมดเป็นการผสมผสานอารมณ์สปอร์ตและหรูหราไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

พวงมาลัยทรงสปอร์ต แบบ D-Shape ปรับสูงต่ำได้ โดยรุ่น VL เป็นแบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถควบคุมระบบการทำงานของเครื่องเสียงและระบบเชื่อมต่ออื่นๆ ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส มาตรวัดเรืองแสงอัจฉริยะมัลติฟังก์ชัน ดิสเพลย์ (MID) แสดงข้อมูลการขับขี่ แสดงระยะการเข้ารับบริการ อุณหภูมิภายนอก นาฬิกาดิจิทัล เสียงสัญญาณเตือนลืมปิดไฟหน้า ระบบเตือนเมื่อลืมกุญแจ

ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบเสริมแรงเบรก (BA) และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ แอลอีดี เห็นได้ชัดเจน ทั้งนี่เบรกหน้าเป็นแบบ ดิสค์เบรก พร้อมช่องระบายความร้อน ด้านหลัง ดรัมเบรก

ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (VDC) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) ลดปัญหารถไหลเมื่อออกตัว ระบบตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุ คน รอบคัน (Moving Object Detection) ในรุ่น VL ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push Start Button) กุญแจรีโมทอัจฉริยะ Intelligent Key พร้อมระบบ Immobilizer เป็นต้น

มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีแดง เรเดียน เรด, สีชมพู สวีท พิงค์, สีม่วง พลัม, สีขาว ไวท์ เพิร์ล, สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์ และสีดำ แบล็ค สตาร์

ก้อย-ตูน เปิดบัญชีระดมเงิน สิ่งของ ช่วยเหลือเด็กๆ บางสะพาน ได้เรียนอีกครั้ง

hertgd-1-696x403ยังคงระดมความช่วยเหลือสำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง โดยตูน บอดี้สแลม และ ก้อย รัชวิน ที่เพิ่งจัดโครงการก้าวคนละก้าว ซึ่งเพิ่งวิ่งการกุศลจากกรุงเทพฯถึงบางสะพาน ระยะทาง 400 กิโลเมตร นำเงินบริจาคกว่า 80 ล้านบาท มอบให้กับโรงพยาบาลบางสะพานเพื่อใช้สำหรับจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ได้ประกาศหาความช่วยเหลือรอบใหม่

โดยเพจ Rachwin Wongviriya โดยในวันนี้แฟนเพจของก้อย รัชวิน ได้โพสข้อความเชิญชวนร่วมกันบริจาคอุปกรณ์การเรียนให้กับเด็กนักเรียนในพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังประสบภัยน้ำท่วมหนักตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม ที่ผ่านมา โดยได้ระบุข้อมูล ว่า

“วันพรุ่งนี้! พี่ก้อย พี่ตูน จะลงไปให้กำลังใจและนำอุปกรณ์การศึกษา สิ่งของต่างๆ ที่ผู้มีจิตเมตตาบริจาคเข้ามาไปมอบให้กับน้องๆ ผู้ประสบอุทกภัยที่บางสะพานด้วยตัวเอง ผู้มีจิตเมตตาท่านใดที่อยากช่วยเหลือบริจาค เสื้อผ้าชุดนักเรียน หรือถ้ามีชุดนักเรียนมือสองที่ไม่ได้ใช้แล้ว แต่ยังมีสภาพดีอยู่ เสื้อผ้าเด็ก ฟูกนอนและผ้าห่มสำหรับเด็กอนุบาล และสามารถนำมาส่งได้ทันภายในวันนี้

กรุณานำสิ่งของต่างๆ มาฝากไว้ที่ genie record ชั้น 33 อาคาร GMM GRAMMY PLACE หรือท่านใดที่มีความประสงค์อยากจะร่วมบริจาคเพื่อสมทบทุนซื้อชุดนักเรียน รองเท้า อุปกรณ์การศึกษา และปัจจัยในการฟื้นฟูความเสียหายให้แก่ รร.ในอำเภอบางสะพาน โดยเริ่มจากโรงเรียนอนุบาลบางสะพาน (วัดเขาโบสถ์)”

กรมอุตุฯ ประกาศเตรียมรับมรสุม ฝนตกหนักภาคใต้ คลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย

54682ed-1-696x403ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา  “ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ”  ฉบับที่ 8 ลงวันที่ 17 มกราคม 2560  บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ มีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นดังนี้

ในวันที่ 17 มกราคม 2560 จะมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

ในช่วงวันที่ 18-22 มกราคม 2560 จะมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และในพื้นที่เสี่ยงขอให้เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาในระยะนี้อย่างใกล้ชิด

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 17-22 มกราคม 2560 นี้ไว้ด้วย

ประกาศ ณ วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2560 เวลา 05.00 น.
กรมอตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2560 เวลา 11.00 น.

ลูกร้องขอความเป็นธรรม คดีพ่อถูกรถเมล์ชนดับไม่คืบเกือบปี

เมื่อวานนี้ (12 มกราคม 2560) น.ส.รัตนา สุภาแสน อายุ 32 ปี บุตรสาว พร้อมด้วยมารดา ได้เข้าร้องสื่อหลังจากผู้เป็นพ่อประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และคดีไม่คืบหน้า ซึ่งเวลาผ่านไปเกือบ 1 ปี โดยมีการติดตามสอบถามผลความคืบหน้าคดีหลายครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังนิ่งเฉย เกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากรถคู่กรณีเป็นรถประจำทางของบริษัทซึ่งเจ้าของเป็นอดีตนักการเมืองชื่อดังใน จ.ปทุมธานี

น.ส.รัตนาเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 เมื่อนายศิริมงคล สุภาแสน อายุ 58 ปี ผู้เป็นพ่อซึ่งประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ได้ขับรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้าสีเหลืองไปส่งผู้โดยสารภายในซอยสุขใจ ถนนปทุมธานีสายใน โดยหลังจากส่งผู้โดยสารเสร็จพ่อได้ขับรถออกจากซอยสุขใจ เพื่อเลี้ยวขวาออกมาบนถนนปทุมธานีสายใน แต่เกิดถูกรถประจำทางสีส้มที่วิ่งระหว่างปทุมธานี-ปากเกร็ด พุ่งชนเข้าที่ด้านขวาของรถ เป็นเหตุให้พ่อนั้นเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ

น.ส.รัตนากล่าวอีกว่า หลังจากนำศพพ่อไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีจนแล้วเสร็จ จึงได้ทำการติดต่อกับ พ.ต.ท.วรุตน์ ไทยรัฐเทวิน เป็นพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สภ.เมืองปทุมธานี ผู้รับผิดชอบคดี และได้รับคำตอบว่าอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารและจะเรียกทั้งสองฝ่ายเข้ามาพบ จนกระทั่งมีการพูดคุยกับผู้ขับขี่รถประจำทางคันดังกล่าวและตัวแทนของทางบริษัทกิตติสุนทร จำกัด เป็นครั้งแรกในช่วงเดือนเดียวกัน ขณะที่ได้มีการเรียกค่าเสียหายไปเบื้องต้นจำนวน 5 แสนบาท ซึ่งทางตัวแทนบริษัทมีการต่อรองพร้อมทั้งอ้างว่าจะต้องนำเรื่องที่มีการเรียกร้องในครั้งนี้เข้าที่ประชุมก่อน และหลังจากนั้นก็ไม่มีการติดต่อจากทางคู่กรณีอีกเลย ตนจึงได้ทำการติดต่อไปยัง พ.ต.ท.วรุตน์ ก็ได้รับคำตอบว่าอยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ เหมือนเดิมทุกครั้งตลอด 6 เดือน

“จนกระทั่งในวันที่ 10 ตุลาคม 2559 ได้ตัดสินใจเดินทางเข้าไปพบ พ.ต.ท.วรุตน์ด้วยตนเองและมีการพูดคุยพร้อมกับบันทึกเสียงในการสนทนาเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐาน โดยทาง พ.ต.ท.วรุตน์แจ้งว่ายังไม่มีความคืบหน้าของคดี และยังบอกอีกว่ากำลังเกษียณอายุราชการก่อนพร้อมจะนำสำนวนคดีทั้งหมดส่งมอบให้กับทาง ร.ต.ท.ภาคภูมิ ทับเคลียว รองสารวัตรสอบสวนคนใหม่ที่จะเป็นผู้รับผิดชอบ ต่อ จากนั้นเดือนต่อมาตนก็ได้ประสานไปยัง ร.ต.ท.ภาคภูมิ กลับได้รับคำตอบว่ายังไม่ได้รับสำนวนคดีจากทาง พ.ต.ท.วรุตน์ รวมถึงได้มีการคุยผ่านไลน์สอบถามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งไม่มีการตอบรับใดๆ อีกเลยตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา ตนเองเริ่มร้อนใจและผิดสังเกต เนื่องจากเหตุเกิดมานานกลับไม่มีความคืบหน้าของคดีเลยแม้แต่น้อย” น.ส.รัตนากล่าว

น.ส.รัตนายังกล่าวอีกว่า ตนจึงได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี โดยนำเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้าร้องและขอความช่วยเหลือในเดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยที่ทางท่านผู้กำกับได้รับเรื่องและรับปากจะติดตามเรื่องให้ หลังจากนั้นมาก็ไม่มีความคืบหน้าของคดีอีกเช่นเคย ตนเองจึงได้เข้าร้องสื่อเพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากรับรู้มาว่าบริษัทรถประจำทางคันที่ก่อเหตุเป็นของอดีตนักการเมืองชื่อดังในพื้นที่

มายังไง! ตะพาบยักษ์อายุกว่า 50 ปี คลานขึ้นบ้านคนที่ฉะเชิงเทรา

สุดแปลกมายังไง ตะพาบยักษ์อายุกว่า 50 ปี หนัก 45 กก. คลานขึ้นบ้านคนที่ฉะเชิงเทรา เจ้าของบ้านเรียกกู้ภัยมาช่วยเหลือ หลังพบแผลที่เท้าซ้ายหน้า

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 60 หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เข้าตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 139/11 หมู่ 1 ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา หลังนางมณีรมย์ จันทร อายุ 58 ปี เจ้าของบ้าน แจ้งว่าพบตะพาบขนาดใหญ่เข้ามาภายในบ้าน

เมื่อไปตรวจสอบพบ ว่าตะพาบได้เดินไปยังบ้านเลขที่ 139/12 ของนางยุพาพร สุวรรณโฆษิต อายุ 64 ปี ซึ่งอยู่ติดกัน โดยพบว่าเป็นตะพาบยักษ์ขนาดกว้าง 50 เซนติเมตร ยาว 70 เซนติเมตร หนัก 45 กิโลกรัม อายุกว่า 50 ปี มีบาดแผลจนเลือดออกบริเวณเท้าซ้ายหน้า เจ้าหน้าที่ต้องพยายามช่วยกันยกใส่รถกระบะเพื่อนำส่งศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งฉะเชิงเทรา เพื่อให้ช่วยรักษาบาดแผลพร้อมดูแลต่อไป

นางมณีรมย์ เล่าว่า เมื่อวานนี้ (11 ม.ค.) ช่วงเช้าขณะเดินออกมาหน้าบ้านก็เห็นตะพาบตัวดังกล่าวกำลังจะเดินเข้ามาที่ประตูบ้าน จึงไปตามคนในบ้านมาช่วยกันดูว่าจะช่วยเหลือยังไง ระหว่างนั้นต้องกลับเข้าบ้านไปทำงานบ้านพอออกมาดูก็พบว่าตะพาบยักษ์ก็หายไปแล้ว และพยายามเดินค้นหาทั้งวันก็ไม่พบ จนช่วงเย็นลูกสาวกลับมาจากทำงานก็พบตะพาบตัวเดิมเดินออกมาจากบ้านแล้วเดินหนีมาข้างบ้านก่อนจะแจ้งกู้ภัยมาจับ