ระทึก! เรือไดร์ฟวิ่งดำน้ำ 10 ล้าน บึ้มกลางทะเลอันดามัน นทท.ลอยคอ 21 ชีวิต

ตำรวจน้ำนำนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมลูกเรือ รวม 21 คน เข้าฝั่งปลอดภัยหลังจากเรือถูกไฟไหม้ ก่อนจมลงกลางทะเลอันดามัน โชคดีได้เรือประมงที่อยู่ใกล้ช่วยไว้ได้ทั้งหมด

ระทึก! เรือไดร์ฟวิ่งดำน้ำ 10 ล้าน บึ้มกลางทะเลอันดามัน นทท.ลอยคอ 21 ชีวิต

วันที่ 24 ม.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พ.ต.ท.สันติพงษ์ พันธ์สวัสดิ์ สว.สถานีตำรวจน้ำ 3 กก.9 ตำรวจน้ำ จ.สตูล รับแจ้งมีเรือบรรทุกนักท่องเที่ยวไปดำน้ำ (เรือไดร์ฟวิ่ง) เกิดไฟไหม้ในทะเลอันดามัน บริเวณเกาะราวี หมู่ที่7 ต.เกาะสาหร่าย จึงนำเรือตำรวจน้ำ 521 พร้อมกำลังพล ออกไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยว

ความคืบหน้า เวลา 00.30 น. วันที่ 24 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำชุดดังกล่าวได้นำนักท่องเที่ยวพร้อมลูกเรือทั้งหมด จำนวน 21 คน เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 18 คน และลูกเรือ 3 คน ถึงท่าเรือปากบารา ต.ปากน้ำ อ.ละงู ได้อย่างปลอดภัย จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า เรือที่ถูกไฟไหม้ชื่อเรือจรัลทัวร์ 3

นายแสนศักดิ์ หาญทะเล อายุ 32 ปีหรือน้องมิเชล แม่ครัวเรือจรัญทัวร์ 3 เล่าว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นจึงวิ่งออกมาดูด้านล่าง จังหวะนั้นทุกคนพร้อมใจกันกระโดดหนีลงน้ำ.ลอยคออยู่นานร่วมชั่วโมงก่อนมีเรือประมงที่หาปลาบริเวณนั้นเข้ามาช่วยเหลือไว้และไม่คิดว่าจะรอดชีวิตมาได้

ด้าน นายจำเริญ หนูมี อายุ 60 ปี กัปตันเรือ เล่าว่า เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ระหว่างเกาะราวี และเส้นทางมุ่งหน้าไปเกาะรอก จังหวัดตรัง ช่างเครื่องได้ทำการอัดลมใส่ถังอากาศแล้วได้เกิดระเบิดขึ้น ไฟได้ไหม้ลุกลามไปทั่ว เผาวอดเรือไปทั้งลำและจมดิ่งลงใต้ทะเล สำหรับเรือลำดังกล่าวมีมูลค่า 10 ล้าน เนื่องจากเป็นเรือไม้ และมีการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ พร้อมอุปกรณ์เครื่องอัดอากาศ

ขณะที่ ร.ต.ท.มนัส ธรรมดี รองสารวัตรตำรวจท่องเที่ยว 5 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ได้ประสานให้บริษัทนำเที่ยวเข้ามารับผิดชอบและอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งจะเร่งติดต่อสถานฑูตของนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศในการเดินทางกลับ ส่วนทางด้านคดีจะมีการสอบสวนเจ้าของเรือว่าเกิดจากความประมาทหรือไม่